Latest Posts
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กงสุลใหญ่จีน จ.สงขลา แสดงบทความทั้งหมด

กงสุลใหญ่จีนประจำสงขลามอบ 1 ล้านบาทช่วยเหลือน้ำท่วมสงขลา-หาดใหญ่





สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสงขลา มอบเงินช่วยเหลืออุทกภัยสงขลา 1 ล้านบาท สนับสนุนการฟื้นฟูและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นายวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลาบริจาคเงินช่วยเหลือจังหวัดสงขลา หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย จำนวน 1,000,000 บาท โดยแบ่งมอบให้จังหวัดสงขลา 500,000 บาท และเทศบาลนครหาดใหญ่ 500,000 บาทเพื่อใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นายวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลากล่าวแสดงความขอบคุณต่อประเทศไทยสำหรับความช่วยเหลือชาวจีนที่ติดค้างอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบุว่าจีนรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่จังหวัดสงขลาและนครหาดใหญ่ จีนและไทยมีประเพณีดีงามในการร่วมทุกข์ร่วมสุขและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด

ตั้งแต่เข้าสู่หน้าฝนปีนี้ สถานกงสุลใหญ่จีนประจำสงขลาได้บริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือกว่า 1.6 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบใน 14 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทในการบรรเทาทุกข์น้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย การบริจาคเงิน 1 ล้านบาทให้แก่จังหวัดสงขลาและเทศบาลนครหาดใหญ่ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของจีนที่มีต่อไทย เรามั่นใจว่าภายใต้การนำของรัฐบาลไทยและการสนับสนุนของทุกภาคส่วน ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยจะสามารถเอาชนะวิกฤตในครั้งนี้และฟื้นฟูบ้านเรือนให้กลับมาสวยงามดังเดิมในเร็ววัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลากล่าวแสดงความขอบคุณต่อกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสงขลาและภาคเอกชนจีน ที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมแสดงน้ำใจในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชาวสงขลาในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงมิตรไมตรีและความร่วมมืออันดีระหว่างทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ นายวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลา ยังได้เป็นตัวแทนบริษัทจีน ได้แก่ บริษัท หวาไถ้รับเบอร์ จำกัด, บริษัท CHINA NATIONAL ELECTRIC ENGINEERING CO., LTD (CNEEC) และบริษัท ฟูเจียน อันจ้วง เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ส่งมอบเงินบริจาค จำนวน 173,000 บาทให้แก่จังหวัดสงขลาอีกด้วย

กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ช่วยพัฒนาประเทศจีน สร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่โลก






โดย.. อู๋ ตงเหมย
กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา


เดือนกันยายนปี พ.ศ. 2566 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เสนอให้บูรณาการทรัพยากรด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการชี้นำการพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์และอุตสาหกรรมในอนาคต และเร่งการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่

ข้อเสนอเกี่ยวกับแนวคิด “กำลังการผลิตคุณภาพใหม่” ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญในการพัฒนาของจีนภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบัน และเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงและยกระดับ ได้เข้าสู่ขั้นตอนใหม่ของการพัฒนาซึ่งได้รับความสนใจและการพูดถึงอย่างกว้างขวาง

การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20 ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบและกลไกในการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของท้องถิ่น

วันนี้ ข้าพเจ้าขอแบ่งปันความเข้าใจของตนเองเกี่ยวกับนัยยะของข้อเสนอนี้ ตลอดจนความสำคัญของข้อเสนอนี้ต่อจีนและโลก ดังนี้

ก่อนอื่น เรามาดูกันว่า “กำลังการผลิตคุณภาพใหม่” คืออะไร

คำว่า กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ นั้นเกิดขึ้นสืบเนื่องจากกำลังการผลิตแบบดั้งเดิม ความหมายโดยสรุปคือการใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องชี้นำ การปฏิรูปเชิงลึก การกำจัดรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจและเส้นทางการพัฒนาการผลิตแบบดั้งเดิม เพื่อยกระดับผลผลิตโดยรวมและส่งเสริมกำลังการผลิตขั้นสูง เพื่อให้บรรลุการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง

หรือหากกล่าวโดยละเอียด การพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่จะประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่



ประการแรก ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม “ดั้งเดิม” สู่อุตสาหกรรมระดับไฮเอนด์ เสริมระบบอัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของจีน แบตเตอรี่ลิเธียม แผงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ฯลฯ ก็เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงและยกระดับจากอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม

ประการที่สองคือการบ่มเพาะอุตสาหกรรม “ใหม่” รวมถึงการผลิตชีวภาพ การบินอวกาศเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรมเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต และอื่นๆ

ประการที่สามคือการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งเสริมการบูรณาการเชิงลึกระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัลและภาคเศรษฐกิจจริง สร้างกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล หัวใจของกำลังการผลิตคุณภาพใหม่อยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรปัจจัยการผลิตและการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการยกระดับอุตสาหกรรมผ่านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้รับแรงผลักดันจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในเชิงลึกและโดดเด่นด้วยการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมใหม่ สภาพธุรกิจใหม่และรูปแบบธุรกิจใหม่ ซึ่งสร้างกำลังการผลิตที่มีความสัมพันธ์ของการผลิตทางสังคมแบบใหม่และระบบสถาบันทางสังคม

ลำดับต่อไป ข้าพเจ้าขอกล่าวถึงกำลังการผลิตคุณภาพใหม่ว่าสามารถช่วยพัฒนาประเทศจีนได้อย่างไร

การเร่งพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่จะช่วยอัดฉีดพลังทางนวัตกรรมให้กับการพัฒนาด้านต่างๆ ของจีน นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถเร่งให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ โมเดลใหม่ และพลังงานใหม่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จีนได้ดำเนินกลยุทธ์การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างลึกซึ้ง และประสบความสำเร็จด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครั้งประวัติศาสตร์ โดยประสบความสำเร็จอย่างมากมายในด้านยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม การผลิตเครื่องบินขนาดใหญ่ ข้อมูลควอนตัม และเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในการสร้างประเทศแห่งนวัตกรรม



ในปี พ.ศ. 2566 จีนเป็นที่หนึ่งของโลกทั้งด้านจำนวนบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา จำนวนเอกสารทางวิทยาศาสตร์ที่มีการตีพิมพ์ และจำนวนการยื่นขอรับสิทธิบัตรทั้งหมด ดัชนีนวัตกรรมระดับโลกของจีนเพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 29 ในปี พ.ศ. 2554 มาเป็นอันดับที่ 12 ในขณะนี้

ขณะเดียวกัน จีนได้คิดค้นนวัตกรรมการจัดสรรปัจจัยการผลิตและการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง ทำให้ปัจจัยการผลิตขั้นสูงและที่มีคุณภาพสูงทั้งหมดไหลเวียนสู่การพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ได้อย่างราบรื่น

การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20 เสนอว่าเราควรขยายการเปิดกว้างของกฎระเบียบ การจัดการและมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขที่ดีขึ้นสำหรับการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่

การเร่งพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่จะช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนอย่างแข็งแกร่ง

ปัจจุบัน เศรษฐกิจของจีนกำลังเปลี่ยนไปสู่ขั้นของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง การเร่งก่อตัวของกำลังการผลิตคุณภาพใหม่จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงและการยกระดับเศรษฐกิจของจีนอย่างต่อเนื่อง 

ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ GDP ของจีนอยู่ที่ 61.7 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี และปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจยังคงมีเสถียรภาพ



สำหรับเศรษฐกิจขนาดใหญ่พิเศษอย่างจีนการจะบรรลุการเติบโตด้วยความเร็วปานกลางถึงสูงประมาณ 5% นั้นถือว่าไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาในบริบททั่วโลกแล้วเศรษฐกิจของจีนยังคงรักษาบทบาทผู้นำโดยมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าประเทศเศรษฐกิจหลักๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ยูโรโซน และญี่ปุ่นอย่างมาก

การเร่งพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่จะช่วยตอบสนองความต้องมีชีวิตที่ดีของประชาชนได้ดีขึ้นด้วยการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เราจะต้องทำให้ “เค้ก” ใหญ่ขึ้นและแบ่ง “เค้ก” ให้ดี การเร่งพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ๆ และการสร้างงานที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้นจะทำให้ผู้คนมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น 

ในเวลาเดียวกันก็ต้องยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และอุปทานต่อไป อีกทั้งตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและที่แตกต่างกันของผู้คนด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ชาญฉลาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น การเร่งพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่จะมอบโซลูชั่นใหม่สำหรับการปรับปรุงความเท่าเทียมของโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะต่อไป เพื่อให้ผลลัพธ์ของการปรับปรุงความทันสมัยเป็นประโยชน์ต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้นเรื่อยๆ

สุดท้าย เรามาดูกันว่ากำลังการผลิตคุณภาพใหม่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับโลกได้อย่างไร

จีนพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่โดยมุ่งฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองประชาชาติจีน ขณะเดียวกันก็ใช้ความทันสมัยของจีนส่งเสริมการพัฒนาสันติภาพ ความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์แก่ทุกฝ่ายและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของโลก

การเร่งพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีนจะช่วยให้โลกมีตลาดและพื้นที่การลงทุนที่กว้างขึ้น จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ยังรอการปรับปรุงโครงสร้างการบริโภค และเป็นทำเลทองของการลงทุน กำลังการผลิตคุณภาพใหม่จะช่วยกระตุ้นความมีชีวิตชีวาและศักยภาพของตลาดขนาดใหญ่ของจีน และดึงดูดผลิตภัณฑ์จากทั่วทุกมุมโลก 

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ มูลค่าการนำเข้าทั้งหมดของจีนสูงถึง 106 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับมูลค่าการนำเข้ารวมของสหภาพยุโรปในช่วงเวลาเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์บางส่วนที่มีอัตราการนำเข้าเติบโตอย่างรวดเร็วมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ บริษัทข้ามชาติได้รับผลตอบแทนมหาศาลในตลาดจีน โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีนสูงถึงประมาณ 9% ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา 

การส่งเสริมกำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีนจะนำมาซึ่งความเป็นไปได้ทางการตลาดอย่างไม่สิ้นสุด และโอกาสการพัฒนาที่กว้างขวางอย่างไม่มีใครเทียบได้สำหรับนักลงทุนทั่วโลก



การเร่งพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีนจะช่วยให้โลกเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในปี พ.ศ. 2566 การส่งออก “สามผลิตภัณฑ์ใหม่” ของจีน ได้แก่รถยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม และผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นเกือบ 30% ซึ่งมีมูลค่าทะลุหลักล้านล้านหยวน วิสาหกิจจีนที่ก้าวสู่ต่างประเทศยังได้นำเอาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ขั้นสูงใหม่ๆ พลังงานสะอาด ชีวเวชศาสตร์ เมืองอัจฉริยะ เกษตรกรรมประสิทธิภาพสูง และอื่นๆ ออกสู่ตลาดโลกด้วย

ตั้งแต่ต้นปีนี้ การส่งออก “สามผลิตภัณฑ์ใหม่” ยังคงอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการใหม่ของประเทศในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งทั้งประเทศไทย และประเทศในเอเชียกลางอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

การพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีนจะทำให้โลกมีโอกาสใหม่ในการก้าวกระโดดทางอุตสาหกรรมระดับโลก ในฐานะผู้บุกเบิกการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก ประสบการณ์ของจีนในด้านสำคัญ ๆ เช่น การกำกับดูแลด้านการพัฒนาที่สมดุล การปกป้องข้อมูล และแอปพลิเคชัน เป็นต้น ถือเป็นคุณค่าที่ขาดไม่ได้สำหรับการปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลดิจิทัลทั่วโลก

เทคโนโลยีดิจิทัลของจีนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สวัสดิการสังคม และด้านอื่นๆ โดยสามารถเป็นแนวทางที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาได้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความมีชีวิตชีวาของนวัตกรรมและกระบวนการยกระดับอุตสาหกรรมทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ “โซลูชันจีน” แห่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุน ปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางของประเทศกำลังพัฒนา

ด้วยการสร้างเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” จะทำให้ความพยายามของจีนในการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ส่งผลดีต่อทุกประเทศ และช่วยเพิ่มแรงผลักดันแก่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จีนและไทยมีการแลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิดในหลายๆ ด้าน และมีส่วนเสริมระหว่างกันทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ดังนั้น การพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีนย่อมช่วยเพิ่มพลังให้แก่เศรษฐกิจไทยด้วย

ยกตัวอย่างรถยนต์ไฟฟ้า ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์ที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนของบริษัทรถยนต์จีนในประเทศไทยกำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยยกระดับอย่างรวดเร็วสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและคาร์บอนต่ำ


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ในประเทศไทย เช่น การประกอบรถยนต์ แบตเตอรี่รถยนต์ และการผลิตชิ้นส่วน ซึ่งได้นำเอาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่และประสบการณ์ด้านการจัดการมาช่วยให้ประเทศไทยมุ่งสู่ความเป็นศูนย์กลางของการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐบาลไทยวางแผนที่จะเพิ่มการผลิตรถไฟฟ้าเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี พ.ศ.2573

อุตสาหกรรมยานยนต์ได้กลายเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-ไทย และกับประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียน 

ดังที่นายสุโรจน์ แสงสนิทรองประธานสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยกล่าวว่า การที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนใช้ข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาจัดตั้งโรงงานและบริษัทร่วมทุนในประเทศไทย ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือคนไทยและอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20 ระบุว่าเราต้องปฏิบัติตามนโยบายพื้นฐานระดับชาติในการเปิดกว้างสู่โลกภายนอก ยืนหยัดส่งเสริมการปฏิรูปด้วยการเปิดกว้าง ขยายการเปิดกว้างสู่โลกภายนอกในระดับสูงอย่างแน่วแน่ และสร้างสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขที่ดีขึ้นสำหรับการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่

จีนไม่สามารถพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ได้หากตัดขาดจากโลก และโลกก็ต้องการจีนเช่นกัน จีนจะยังคงสนับสนุนแนวคิดการเปิดกว้าง ความร่วมมือเอื้อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ตลอดจนทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาของเศรษฐกิจโลกต่อไป

///////////////////////////////////////