Latest Posts
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กมธ.การทหาร วุฒิสภา แสดงบทความทั้งหมด

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภาเข้าพบหารือด้านความมั่นคงมิติอวกาศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ





สว.ไชยยงค์นำทีม กมธ.ทหารฯ วุฒิสภาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่-กระแสสินธุ์ จ.สงขลา





สว.ไชยยงค์นำทีมกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา แจกถุงยังชีพ และสิ่งของอื่นๆ ช่วยชาวหาดใหญ่-กระแสสินธุ์ ที่ประสบภัยน้ำท่วม

1 ธันวาคม 2568 - นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ร.ต.อ.ฉลอง ทองนะ สมาชิกวุฒิสภาและนายสุเชาว์ อภิรักษ์โภคิน ที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ ในคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา เป็นประธาน ได้นำถุงยังชีพ และสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับการบริจาคจากสมาชิกวุฒิสภาและจากผู้มีจิตกุศล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทุกภัยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งได้ตระเวนแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อน ตามชุมชนต่างๆ ซึ่งยังช่วยตนเองไม่ได้ แม้ว่าน้ำจะแห้งแล้ว แต่หลายชุมชน ยังไม่มีไฟฟ้า และน้ำประปา ไม่สามารถทำความสะอาดบ้านเรือน ส่วนใหญ่ของผู้ประสบภัย ในชุมชนต่างๆ อยู่ในสภาของผู้ที่หมดเนื้อหมดตัว เหลือเสือผ้าติดตัวเพียงชุดเดียว และไม่มีเงิน ที่จะใช้ในการซื้อ ข้าวปลาอาหาร เพื่อประทังชีวิต

นอกจากการช่วยเหลือ แจกจ่ายถุงยังชีพ น้ำ อาหารแห้ง ขนม และ เสื้อผ้า ให้แก่ผู้เดือดร้อนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่แล้ว ยังนำน้ำดื่ม 1 คันรถ 6 ล้อ และ ถุงยังชีพ รวมทั้งสิ่งของอื่นๆ แจกจ่ายให้แก่ประชาชน ใน อ.กระแสสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำของคาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา ที่ถูกน้ำท่วม และต้องการน้ำดื่ม ซึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสมาชิกวุฒิสภาคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ จะดำเนินต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

กมธ.ทหารฯ ลงพื้นที่ติดตามและรับทราบผลการดำเนินงานของกรมการทหารช่างและมณฑลทหารบกที่ 16 จังหวัดราชบุรี





18 กรกฎาคม 2568 - คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามและรับทราบการจัดภารกิจ ขีดความสามารถ การบรรเทาสาธารณภัยและการดำเนินการเกี่ยวกับกำลังพลสำรองของกรมการทหารช่างและมณฑลทหารบกที่ 16 จังหวัดราชบุรี โดยมีพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯ ร.ต.อ.ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ว่าที่พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ รองฯ คนที่สาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษา นักวิชาการ เลขานุการประจำร่วมเดินทางในครั้งนี้

ในการนี้ พล.ท.สิรภพ ศุภวานิช เจ้ากรมการทหารช่างและพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ ภาชนะทิพย์ ผู้บัญาชาการ มณฑลทหารบกที่ 16 กับคณะผู้บัญชาการให้การสรุปผลการดำเนินและให้การต้อนรับนำชมผลงานโรงเรียนทหารช่าง กรมการทหารช่างค่ายภาณุรังษีให้การต้อนรับ

คณะกรรมาธิการได้รับทราบสรุปผลการดำเนินงานของกรมการทหารช่าง ดังนี้

(1) ภารกิจหลักทหารช่างมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกองทัพและประเทศชาติ มีหน้าที่หลักในการก่อสร้าง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติการรบและการดำรงอยู่ของกองทัพ

(2) ภารกิจการช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ เช่น การสร้างสะพานชั่วคราว ซ่อมแซมบ้านเรือน แจกจ่ายอาหารและน้ำ เป็นต้น พร้อมทั้งการพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสำรวจความต้องการยุทโธปกรณ์ของหน่วยเพื่อให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

(3) การพัฒนาทหารช่างให้มีทักษะและความรู้ด้านวิศวกรรม ที่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะดังกล่าวในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ตามภารกิจและการสั่งการของกองทัพบก

(4) ภารกิจการฝึกร่วมและการเข้าร่วมผสมการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพและมนุษยธรรมระหว่างประเทศหรือนานาชาติ ซึ่งเจ้ากรมการทหารช่างมีข้อเสนอเพื่อให้สนับสนุนผลักดันกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กรมการทหารช่างสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มขีดความสามารถโดยเฉพาะอาวุธทยุทโธปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่มีอายุการใช้งานมาแล้ว30 หรือ 40 ปีทั้งซ่อมไปด้วยและใช้ไปด้วยจึงควรช่วยผลักดันในส่วนนี้ด้วย

(5) ในส่วนเรื่องกำลังพลสำรอง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ ภาชนะทิพย์ ผู้บัญาชาการ มณฑลทหารบกที่ 16 ให้ข้อมูลว่ากำลังพลสำรองของ มทบ.16 ประมาณ จำนวน 200,000 นายครอบคลุมพื้น 3 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งการติดตามให้ครอบคลุมครบถ้วนคงไม่ได้ เพราะมีการย้ายถิ่นฐานหรือเหตุอื่นที่ไม่สามารถติดต่อได้

ทั้งนี้ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอและข้อคิดการรักษาและฝึกทหารใหม่หรือกำลังพลสำรองที่ถือว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ใจความสำคัญเกี่ยวกับการปลุกจิตสำนึกความรักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ของหทารใหม่กำลังพล กช.และกำลังพลสำรองในการดูและของ มทบ.16 เพื่อปลูกฝังให้เกิดสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ ตระหนักถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม มุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาสถาบันภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างกล้าหาญและเข้มแข็งทั้งขณะเป็นทหารประจำการและปลดประจำการไปแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ จก.กช.นำคณะกรรมาธิการการทหารฯ เยี่ยมชมนิทรรศการ กองทัพบก เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน ในบทบาทต่างๆ ทั้งด้านการทหาร การพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยทุกพื้นที่ตามภารกิจอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับมาประกอบการพิจารณาตามบทบาทหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้ เพื่อภารกิจงานทหารและความมั่นคงของชาติต่อไป

……………………………….

สว.ประณามกัมพูชารุกล้ำแดนไทย หนุนแก้ปัญหาขัดแย้งด้วยสันติวิธี-กลไกทวิภาคี





การเมือง - กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา ออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชารุกล้ำดินแดนไทย เตรียมลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารและประชาชนตามแนวชายแดน 9-10 มิถุนายนนี้ สนับสนุนให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออกและแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และใช้กลไกทวิภาคี

6 มิถุนายน 2568 - ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน กมธ. ออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืนของ กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ต่อสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในฐานะประชาชนคนไทย ขอประณามการกระทำอันไร้ความจริงใจและความพยายามเอารัดเอาเปรียบของฝ่ายกัมพูชา และมีความคิดเห็นต่อเรื่องต่างๆ ดังนี้

1.รัฐบาลต้องดำเนินการทุกหนทางเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และควรแสดงความไม่พอใจในเหตุการณ์ต่างๆ ที่ฝ่ายกัมพูชากระทำแทนประชาชนคนไทยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

2.คณะกรรมาธิการฯ สนับสนุนให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออกและแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และใช้กลไกทวิภาคี

3.คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญต่อการปกป้องผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ อีกทั้งจะติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

4.คณะกรรมาธิการฯ ขอยกย่องและให้กำลังใจทหารทุกนาย เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวทุกระดับในความเสียสละ อดทน อดกลั้นต่อการยั่วยุ ยึดมั่นในหลักสันติวิธี เพื่อปกป้องอธิปไตยและความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ

5.คณะกรรมาธิการฯ ขอแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่อาศัยตามพื้นที่แนวชายแดนไทย - กัมพูชา ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามจากฝ่ายกัมพูชาตลอดเวลา

6.คณะกรรมาธิการฯ ขอเน้นย้ำว่า ความร่วมมือในการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนไทยทุกฝ่ายพูดจาเป็นเสียงเดียวกัน เป็นความร่วมมือในทิศทางเดียวกันจากทุกภาคส่วน คือ รัฐบาล รัฐสภา ประชาชน กองทัพ สื่อมวลชน ฯลฯ

ประธาน กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา กล่าวว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้รวบรวมเงินเพื่อนำไปมอบเป็นกำลังใจให้แก่ทหารในพื้นที่ โดยมอบหมายให้ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ลงพื้นที่พร้อมกับ กมธ.การทหารฯ และคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) เพื่อติดตามสถานการณ์และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ และแสดงความห่วงใยดูแลประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดน ในวันที่ 9-10 มิถุนายนนี้

จากนั้น กมธ.จะประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์จากการลงพื้นที่ พร้อมทั้งจัดรายการ “ถกแถลงเพื่อรักษาแผ่นดินไทย” ในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่เป็นปัญหาบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย 1.นายวีรพันฎ์ มาไลยพันธุ์ อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้ศึกษาเรื่องราวของปราสาททั้งหลายในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา มาเป็นเวลานาน

2.นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติหลายสมัย ในฐานะผู้ที่ศึกษาเรื่องของศาลโลกอย่างละเอียดและสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ 3.อาจารย์ดุลยภาค ปรีชาเวชช์ รองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญปัญหาชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ

ทั้งนี้ ก่อนการแถลงข่าว ได้มีกลุ่มประชาชนนำโดย นายอรรถภูมิ บุณยเกียรติ จากบริษัท บ้านพระครูติ จำกัด นำวัตถุมงคลมามอบให้แก่ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา เพื่อให้นำไปแจกจ่ายให้แก่ทหารในพื้นที่ รวมทั้งยังได้มอบพระกริ่งไพรีพินาศฝากให้แก่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และพลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ด้วย

........................................

กมธ.ทหาร วุฒิสภา ประชุมทวิภาคีความร่วมมือขององค์กรนิติบัญญัติ





การเมือง - คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เดินทางไปประชุมทวิภาคีหารือเกี่ยวกับความร่วมมือและความสัมพันธ์ขององค์กรนิติบัญญัติ และไปเยือนต่างประเทศ ณ สหราชอาณาจักร

20 พฤษภาคม 2568 - เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯ และกรรมาธิการการทหารฯ ประชุมทวิภาคีหารือเกี่ยวกับความร่วมมือและความสัมพันธ์ขององค์กรนิติบัญญัติ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ การพัฒนาความมั่นคงระหว่างประเทศ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และประเด็นความมั่นคงระหว่างภูมิภาคและอนุภูมิภาคโดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน

โดยมี Sir John Whittingdale สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค Conservative อดีตเคยดำรงตำแหน่ง รมต วัฒนธรรม สื่อ และการกีฬา พร้อมเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาประเทศอังกฤษเข้าร่วมประชุมทวิภาคีและให้การต้อนรับ รวมถึงนำคณะเยี่ยมชมรัฐสภาอังกฤษ

จากนั้น คณะกรรมาธิการได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการความสัมพันธ์ด้านการทหารและความมั่นคงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และประเด็นความมั่นคงระหว่างภูมิภาคและอนุภูมิภาคที่กระทบต่อความมั่นคง การรับมือภัยคุกความต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยและสหราชอาณาจักรหรือมิตรประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการทหารฯ จะได้นำข้อมูลที่ได้จากการประชุมทวิภาคีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป

............................

กมธ.การทหาร วุฒิสภา ประณามเหตุกราดยิงพระสามเณรสะบ้าย้อย





25 เมษายน 2568 - คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ออกแถลงการณ์ประณามการก่อเหตุกราดยิงพระภิกษุและสามเณรที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา โดยระบุว่า กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์อันน่าสลดที่เกิดขึ้น และขอแสดงความอาลัยต่อการมรณภาพของสามเณรวงศกร ชูมาปาน รวมทั้ง ขอแสดงความห่วงใยต่อพระภิกษุ สามเณรที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงในครั้งนี้

“คณะกรรมาธิการ ขอประณามการใช้ความรุนแรงอย่างป่าเถื่อนต่อพระภิกษุสามเณรในครั้งนี้ ตลอดจนเหตุรุนแรงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะต่อไทยพุทธหรือมุสลิม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชน หรือพระภิกษุสามเณร ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ทุกการกระทำอันโหดร้ายและไร้มนุษยธรรม”

คณะกรรมาธิการขอเรียกร้องให้สังคมทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป ผู้นำศาสนา สื่อมวลชน ฯลฯ ร่วมกันประณามขบวนการผู้ก่อความรุนแรงให้ยุติการกระทำอันป่าเถื่อน ทารุณ ไร้ความเป็นมนุษย์ทุกรูปแบบ มิให้เกิดขึ้นอีกต่อไป ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุด รวมทั้ง ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษอย่างเด็ดขาดตามกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด

คณะกรรมาธิการขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของสามเณร วงศกร ชูมาปาน และขอนมัสการส่งกำลังใจไปยังพระภิกษุ สามเณร ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงในครั้งนี้คณะกรรมาธิการเชื่อมั่นหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เคารพในศาสนา และสังคมพหุวัฒนธรรมที่สงบสุข และขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ รวมถึงร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญาเพื่อนำมาซึ่งสันติภาพและความสงบสุขร่มเย็นร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไปด้วยความเคารพและห่วงใย

.........................................

กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ศึกษาดูงานกองทัพบก









การเมือง - พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 นำคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ ศึกษาดูงาน ณ กองบัญชาการกองทัพบก

6 มีนาคม 2568 - พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ พร้อมด้วยคณะ เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดยได้รับการต้อนรับจากคณะผู้บัญชาการกองทัพบก นำโดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และคณะนายทหารระดับสูง



ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนพัฒนากองทัพบกในปัจจุบันและอนาคต แนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด 

ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้แทนการลดอัตรากำลังพล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ 

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว



การศึกษาดูงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างวุฒิสภาและกองทัพบก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับประเด็นด้านความมั่นคงของประเทศ อันจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูลที่ได้หารือมาประกอบการพิจารณาเพื่อพัฒนาศักยภาพกองทัพบกและภารกิจงานความมั่นคงตามหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป

...................................