Latest Posts

กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ติดตามการบริหารงบประมาณจังหวัดสงขลา เน้นเร่งรัดการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ควบคู่ขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารงบประมาณของจังหวัดสงขลา พร้อมติดตามความคืบหน้าการใช้จ่ายงบประมาณด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน
ในที่ประชุม นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้นำเสนอเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “สงขลาเมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงอาเซียน พัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดประเด็นการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาและยกระดับภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การส่งเสริมการท่องเที่ยว กีฬา และบริการที่ได้มาตรฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยในสังคมพหุวัฒนธรรม และการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
จากแนวทางการพัฒนาดังกล่าว จังหวัดสงขลาได้แบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น 4 กลุ่ม ตามลักษณะภูมิประเทศและภูมิสังคม ได้แก่ พื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ส่งเสริมให้เป็นแหล่งผลิตข้าวและคลังอาหารของจังหวัด ประกอบด้วย อำเภอระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์ และอำเภอสิงหนคร, พื้นที่เศรษฐกิจศูนย์กลางการค้า การลงทุน การค้าชายแดน คมนาคม และการศึกษา ประกอบด้วย อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ และสะเดา, พื้นที่การพัฒนาด้านการเกษตรอื่น ๆ ประกอบด้วย อำเภอนาหม่อม ควนเนียง บางกล่ำ รัตภูมิ และอำเภอคลองหอยโข่งและพื้นที่เฝ้าระวังด้านความมั่นคง ประกอบด้วย อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และอำเภอสะบ้าย้อยเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่
ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานผลการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของจังหวัดสงขลาในรอบ 2 ปีย้อนหลัง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 มีวงเงินทดรองราชการด้านบรรเทาความเดือดร้อน 20 ล้านบาท เบิกจ่ายจริงรวม 2,559,743.84 บาท แยกเป็นด้านการดำรงชีพ ด้านการเกษตร ด้านการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และด้านการบรรเทาสาธารณภัย
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นการปักธงเตือนภัยที่ยังขาดความชัดเจนและจุดติดตั้งไม่เพียงพอ คณะกรรมาธิการเสนอให้ปรับปรุงระบบแจ้งเตือน โดยกำหนดการเปลี่ยนสีธงเตือนภัยไม่เกิน 30 นาที และพัฒนาระบบเตือนภัย การจัดตั้งวอร์รูม (War Room) รับมือน้ำท่วม ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้รายงานแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ทั้งแผนระยะเร่งด่วน ปี 2569–2570 และแผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป ครอบคลุมการขุดลอกคลอง การซ่อมแซมอาคารชลประทาน การศึกษาแผนหลัก และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและคลองผันน้ำหลายแห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับน้ำในพื้นที่
ด้านภาคเอกชน โดยประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ได้เสนอแผนฟื้นฟูธุรกิจในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัด แบ่งเป็นแผนระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินโครงการตามแผนที่เสนอ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

๐ การเมือง - สว.หนุนประชุม ครม.สัญจรหาดใหญ่ เปิดเมืองรับปีใหม่ เรียกความมั่นใจภาคเอกชน-นักท่องเที่ยว สงขลาเดินตามแผนฟื้นฟูหาดใหญ่ต่อเนื่อง ขนย้ายขยะ 1 แสนตัน พื้นที่การเกษตรพินาศ 52,000 ไร่
13 ธันวาคม 2568 - นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภาสายสื่อมวลชน กล่าวว่า จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยุบสภา มีประชาชนหาดใหญ่จำนวนหนึ่งมีความวิตกกังวลอย่างมากว่า จะทำให้แผนการฟื้นฟูหาดใหญ่หยุดชะงักหรือล่าช้า ทำให้เกิดผลเสียกับเมืองหาดใหญ่ จะทำให้เมืองหาดใหญ่เป็นเมืองร้าง เนื่องจากปริมาณขยะมูลฝอยยังมีอีกเกือบ 1 แสนตันที่ยังกองอยู่ข้างถนน และกรมอุตุฯ ประกาศว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากใน 8 จังหวัดภาคใต้ จะซ้ำเติมเมืองหาดใหญ่เข้าสู่ ”วิกฤต”
"ผมสนับสนุนให้มีการประชุม ครม.สัญจรที่ อ.หาดใหญ่ วันที่ 23 ธ.ค. เพื่อให้ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่นว่ามาตรการที่ได้ยื่นให้รัฐบาลไป รัฐบาลตอบสนอง มาตรการช่วยเหลือภาคเอกชน อาทิ ซอฟต์โลน ยกเว้นภาษีที่ดินและโรงเรือน อ.หาดใหญ่ และแผนฟื้นฟูเมือง เปิดเมืองหาดใหญ่ได้ทันช่วงเทศกาลปีใหม่ ยิ่งช้าออกไปผลเสียจะเกิดแก่เมืองหาดใหญ่ ขณะนี้มีนักธุรกิจจำนวนหนึ่งเตรียมปิดกิจการถาวร หันซ้ายมองขวาภาครัฐไม่ได้ช่วยอะไร และอีกส่วนหนึ่งเตรียมหนีออกจากเมืองหาดใหญ่ถาวร"
นายไชยยงค์กล่าวว่า ขณะนี้สื่อมาเลเซียตีข่าวว่าเพื่อความปลอดภัย รัฐบาลให้คนมาเลเซียเดินทางไปเที่ยวเกาะลังกาวีแทนเที่ยวหาดใหญ่
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 มีการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา มีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ประธานที่ประชุม สรุปผลเสียหายจากอุทกภัยใน จ.สงขลา ครอบคลุม 16 อำเภอ 127 ตำบล 997 หมู่บ้าน 592,707 ครัวเรือน และประชาชนได้รับผลกระทบ 1,422,410 คน มีผู้เสียชีวิต 145 ราย บาดเจ็บ 4 ราย และมีผู้ต้องอพยพ 49,956 คน
อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ อ.หาดใหญ่ ซึ่งมีผู้ประสบภัยมากกว่า 406,000 คน และต้องอพยพกว่า 19,529 คน รองลงมาคือพื้นที่ อ.เมืองสงขลา สิงหนคร ระโนด และรัตภูมิ
การฟื้นฟูพื้นที่ อ.หาดใหญ่ทำตามแผนต่อเนื่อง มีการระดมกำลังดำเนินการ Big Cleaning แบ่งออกเป็น 4 โซน มีทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม รวมกำลังพลกว่า 2,196 นาย และเครื่องจักร 542 รายการ ทำความสะอาดถนนมากกว่า 329 กม. และขนย้ายขยะกว่า 95,307 ตัน
รายงานว่า คปภ.สำรวจความเสียหายมากกว่า 12,000 คัน บ้านเรือน–ธุรกิจจำนวนมากอยู่ระหว่างการตรวจประเมิน จะเร่งเยียวยาให้เร็วที่สุด
บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 20 หลัง และเสียหายบางส่วน 278 หลัง โรงเรียนได้รับผลกระทบ 128 แห่ง วัด–มัสยิด 94 แห่ง ถนน 674 สาย สะพาน 76 แห่ง พื้นที่การเกษตรเสียหายรวมกว่า 52,000 ไร่ บ่อปลาและปศุสัตว์จำนวนมาก
รายงานว่า มีผู้ยื่นคำร้องขอเยียวยา 713,656 ครัวเรือน ผ่านการพิจารณา 507,283 ครัวเรือน และดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือแล้วกว่า 400,855 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 3,607,695,000 บาท

สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสงขลา มอบเงินช่วยเหลืออุทกภัยสงขลา 1 ล้านบาท สนับสนุนการฟื้นฟูและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
นายวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลาบริจาคเงินช่วยเหลือจังหวัดสงขลา หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย จำนวน 1,000,000 บาท โดยแบ่งมอบให้จังหวัดสงขลา 500,000 บาท และเทศบาลนครหาดใหญ่ 500,000 บาทเพื่อใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
นายวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลากล่าวแสดงความขอบคุณต่อประเทศไทยสำหรับความช่วยเหลือชาวจีนที่ติดค้างอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบุว่าจีนรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่จังหวัดสงขลาและนครหาดใหญ่ จีนและไทยมีประเพณีดีงามในการร่วมทุกข์ร่วมสุขและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด
ตั้งแต่เข้าสู่หน้าฝนปีนี้ สถานกงสุลใหญ่จีนประจำสงขลาได้บริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือกว่า 1.6 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบใน 14 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทในการบรรเทาทุกข์น้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย การบริจาคเงิน 1 ล้านบาทให้แก่จังหวัดสงขลาและเทศบาลนครหาดใหญ่ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของจีนที่มีต่อไทย เรามั่นใจว่าภายใต้การนำของรัฐบาลไทยและการสนับสนุนของทุกภาคส่วน ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยจะสามารถเอาชนะวิกฤตในครั้งนี้และฟื้นฟูบ้านเรือนให้กลับมาสวยงามดังเดิมในเร็ววัน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลากล่าวแสดงความขอบคุณต่อกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสงขลาและภาคเอกชนจีน ที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมแสดงน้ำใจในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชาวสงขลาในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงมิตรไมตรีและความร่วมมืออันดีระหว่างทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ นายวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลา ยังได้เป็นตัวแทนบริษัทจีน ได้แก่ บริษัท หวาไถ้รับเบอร์ จำกัด, บริษัท CHINA NATIONAL ELECTRIC ENGINEERING CO., LTD (CNEEC) และบริษัท ฟูเจียน อันจ้วง เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ส่งมอบเงินบริจาค จำนวน 173,000 บาทให้แก่จังหวัดสงขลาอีกด้วย

สว.ไชยยงค์นำทีมกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา แจกถุงยังชีพ และสิ่งของอื่นๆ ช่วยชาวหาดใหญ่-กระแสสินธุ์ ที่ประสบภัยน้ำท่วม
1 ธันวาคม 2568 - นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ร.ต.อ.ฉลอง ทองนะ สมาชิกวุฒิสภาและนายสุเชาว์ อภิรักษ์โภคิน ที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ ในคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา เป็นประธาน ได้นำถุงยังชีพ และสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับการบริจาคจากสมาชิกวุฒิสภาและจากผู้มีจิตกุศล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทุกภัยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งได้ตระเวนแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อน ตามชุมชนต่างๆ ซึ่งยังช่วยตนเองไม่ได้ แม้ว่าน้ำจะแห้งแล้ว แต่หลายชุมชน ยังไม่มีไฟฟ้า และน้ำประปา ไม่สามารถทำความสะอาดบ้านเรือน ส่วนใหญ่ของผู้ประสบภัย ในชุมชนต่างๆ อยู่ในสภาของผู้ที่หมดเนื้อหมดตัว เหลือเสือผ้าติดตัวเพียงชุดเดียว และไม่มีเงิน ที่จะใช้ในการซื้อ ข้าวปลาอาหาร เพื่อประทังชีวิต
นอกจากการช่วยเหลือ แจกจ่ายถุงยังชีพ น้ำ อาหารแห้ง ขนม และ เสื้อผ้า ให้แก่ผู้เดือดร้อนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่แล้ว ยังนำน้ำดื่ม 1 คันรถ 6 ล้อ และ ถุงยังชีพ รวมทั้งสิ่งของอื่นๆ แจกจ่ายให้แก่ประชาชน ใน อ.กระแสสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำของคาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา ที่ถูกน้ำท่วม และต้องการน้ำดื่ม ซึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสมาชิกวุฒิสภาคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ จะดำเนินต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ