Latest Posts
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศอ.บต. แสดงบทความทั้งหมด

ศอ.บต.ชี้ทางแก้ปัญหายาเสพติดชายแดนใต้แบบใหม่ ต้องหนุนกลไกนอกเหนือภาครัฐ





18 กันยายน 2568 - ที่โรงแรมปาร์ควิว อ.เมืองยะลา ในกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ศูนย์พักคอยผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. ได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ "บทบาทการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้"

นายธีรวิทย์กล่าวว่า ได้มีการเปลี่ยนวิธีคิดสำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนใต้ใหม่ โดยหันมาให้ความสำคัญกับกลไกนอกเหนือภาครัฐมากขึ้น

"เดิมทีเรื่องยาเสพติด เราให้อำนาจให้บทบาทเจ้าหน้าที่ของรัฐค่อนข้างมาก ความคาดหวังก็จะอยู่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่วันนี้ ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเน้นย้ำกลไกอีกส่วนหนึ่งก็คือ กลไกนอกเหนือภาครัฐ ถ้าเป็นบ้านเราก็คือ ภาคประชาสังคม มิติศาสนา และเยาวชน"

เขายกตัวอย่างความสำเร็จของ "วาระพืชกระท่อม 120 วัน" ที่มีเป้าหมายสร้างความตระหนักรู้ว่ากระท่อมที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่งเสพติด ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วน แม้กระทั่งสื่อมวลชนที่ร่วมประโคมข่าวถึงผลเสียของมัน สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุด คือการที่ ผู้นำชุมชน และ ผู้นำศาสนา ในหลายพื้นที่ของยะลา เช่น ที่บุดดี อำเภอรามัน ยะหา และกาตองและอีกหลายๆพื้นที่ ได้ลุกขึ้นมาเอง เพื่อโค่นทำลายและเผาทิ้งต้นกระท่อม โดยไม่ได้รอคำสั่งจากภาครัฐ

“เขาไม่ได้ทำตามหน้าที่ แต่เขาทำตามความรู้สึก เขาทำเพื่อครอบครัว เพื่อชุมชนเขา นี่คือหน้าที่ของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"

นอกจากนี้ ผลการสำรวจความพึงพอใจต่อวาระนี้พบว่า อยู่ในทิศทางบวกเกือบทั้งหมด แต่ยังยอมรับว่าสถานการณ์การใช้กระท่อมยังไม่ลดลงเท่าที่ควร แต่ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว

นายธีรวิทย์ยังได้กล่าวถึงนโยบายใหม่ของรัฐบาลว่า ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่จะจับกุมผู้ที่ขายใบกระท่อมในลักษณะหาบเร่แผงลอยได้ทันที โดยมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ถ้าเราทำเรื่องนี้สำเร็จ เรื่องอื่นผมว่าสบายเลย" นายธีรวิทย์กล่าวและว่า ปัญหาเรื่องยาเสพติดมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หากแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ ปัญหาอื่นๆ ก็จะลดลงตามไปด้วยอย่างแน่นอน

...................................

ผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดพ้นขีดอัตรายแล้ว ด้าน ศอ.บต. เร่งช่วยเหลือเยียวยาเร็วที่สุด





29 สิงหาคม 2568 - ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายแพทย์ สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส / อำเภอ เข้าเยี่ยม นายอาซือมิง อาแซ อายุ 53 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากระเบิดที่คนร้ายได้วางไว้บริเวณเหมืองแร่ หมู่ที่ 3 บ้านไอร์ซือเร๊ะ ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าขาขวาขาด ขาข้างซ้าย และแขนข้างขวาเป็นแผลฉีกขาด แพทย์ได้ทำการผ่าตัดใต้เข่าขาข้างขวา และตกแต่งบาดแผลเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ผู้บาดเจ็บ รู้สึกตัวและพ้นขีดอันตราย

ในการนี้ นายแพทย์ สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนาม เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกันนี้ได้ชี้แจงสิทธิการช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบฯ รับทราบ และจะเร่งดำเนินให้เร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัว เนื่องจากนายอาซือมิง อาแซ เป็นเสาหลักของครอบครัว ในการหารายได้

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปตามเอกสารรับรองของแพทย์ที่ระบุไว้ และจะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป

...........................................

ศอ.บต.พร้อมเยียวยาโรงไฟฟ้า จ.นราธิวาสที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ





๐ ชายแดนใต้ - เลขาธิการ ศอ.บต.มอบผู้แทนเยี่ยมบริษัท ไพร์ซ ออฟ วู้ด กรีน เอนเนอร์จี จำกัด นราธิวาส หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงได้รับความเสียหาย พร้อมช่วยเหลือเยียวยาเต็มที่

18 สิงหาคม 2568 - ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำโดยนายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. เป็นผู้แทนเลขาธิการ ศอ.บต. ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบความเสียหายด้านทรัพย์สิน และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่บริษัท ไพร์ซ ออฟ วู้ด กรีน เอนเนอร์จี จำกัด หมู่ที่ 9 ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ที่ได้รับผลกระทบด้านทรัพย์สินเสียหาย จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 คนร้ายลอบวางเพลิงเผาทรัพย์สินและวางระเบิด โดยมีนายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ ปกครอง และเจ้าหน้าที่ของบริษัทร่วมตรวจสอบด้วย

คณะหัวหน้าส่วนราชการได้พูดคุยถึงข้อมูลการเกิดเหตุการณ์ แนะนำมาตรการป้องกันดูแลความปลอดภัยให้แก่โรงงาน เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ และการเข้าช่วยเหลือได้ทันทีไม่ให้เกิดความเสียหายขยายเป็นวงกว้าง

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ ศอ.บต. โดยจังหวัดนราธิวาส อำเภอแว้ง พร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กำหนด นอกจากนี้ นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ เป็นผู้แทนเลขาธิการ ศอ.บต. มอบกระเช้าเยี่ยมแก่ผู้แทนบริษัท ไพร์ซ ออฟ วู้ด กรีน เอนเนอร์จี จำกัด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมชี้แจงแนวทางช่วยเหลือจากภาครัฐ

…………………………………..

ผู้ช่วยเลขาฯ ศอ.บต. นำทีมเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส





31 กรกฎาคม 2568 - ที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ตำบลสากอ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมด 7 ราย ประกอบด้วย 1. ว่าที่ร้อยตำรวจตรี วุฒิชัย คงสง อายุ 33 ปี มีอาการหูอื้อ และแน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี 2.จ่าสิบตำรวจ ชายดี เจ๊ะเปาะสู อายุ 37 ปี มีอาการหูอื้อ และแน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี 3.สิบตำรวจตรี โมฮเซน อาลีโต๊ะมะ อายุ 27 ปี มีอาการหูอื้อ และแน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี 4.ดาบตำรวจ มะซากี มามุ อายุ 45 ปี มีแผลถลอกบริเวณใบหน้า มีอาการหูอื้อ และแน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี 

5.ดาบตำรวจ จิระ จุลนิล อายุ 46 ปี มีอาการหูอื้อ และแน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี 6.ดาบตำรวจ กูมหาเดร์ กูเง๊าะ อายุ 34 ปี มีอาการหูอื้อ และแน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี และ 7.นายมะรอดี สะมะแอ อายุ 39 ปี มีบาดแผลบริเวณแขนข้างซ้าย รู้สึกตัวดี

ในการนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนาม เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับสิทธิการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯ ให้เป็นไปตามที่แพทย์ได้ระบุไว้ รวมไปถึงสิทธิอื่นๆตามหลักเกณฑ์ที่ควรได้รับอีกด้วย

......................................

"120 วัน วาระพืชกระท่อม": ชายแดนใต้ผนึกกำลังปราบปราม ฟื้นฟู สร้างโอกาส ดันอาชีพ





ภายใต้ปฏิบัติการ "120 วัน วาระพืชกระท่อม" ที่ขับเคลื่อนโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เกิดกระแส "ไม่เอากระท่อม" อย่างกว้างขวางและเป็นรูปธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2568 โดยมีเป้าหมายคือการกวาดล้างพืชกระท่อมและยาเสพติด พร้อมกับการสร้างความเข้มแข็งและโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ชุมชน

นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. ย้ำว่า "ถนนสายหลักทุกสาย ภายใน 120 วัน ต้องไม่มีการค้าขายพืชกระท่อม" และเน้นย้ำถึงพลังสำคัญจากภาคประชาสังคมและผู้นำศาสนาว่า "พลังจิตอาสาและพลังของผู้นำศาสนาจะต้องเข้ามาช่วย พวกเราต้องร่วมกันใช้พลังทางสังคม กดดัน จนทำให้คนเหล่านั้นอยู่ไม่ได้" โดยชี้ว่า ผู้นำศาสนาได้วินิจฉัยแล้วว่า พืชทุกชนิดที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่ง "ฮะรอม" (สิ่งต้องห้าม) และขอชื่นชมพลังชุมชนที่ลุกขึ้นมาปฏิเสธพืชกระท่อมกันเอง เพราะ "ความยั่งยืนสู้พลังชุมชนที่ลุกขึ้นมาทำกันเองไม่ได้" และย้ำว่ารัฐบาลและทุกหน่วยงานกำลังขับเคลื่อนเต็มที่ โดยคาดหวังผลสำเร็จด้านยาเสพติดภายในวันที่ 30 กันยายน นี้

นายแพทย์ สุนทรพจน์ ชูช่วย รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ชี้แจงถึงความสับสนของสังคมเกี่ยวกับใบกระท่อม โดยระบุว่าแม้กระท่อมจะมีสรรพคุณทางยาและเป็นส่วนผสมในตำรับยาไทยจริง แต่ปริมาณที่ใช้เป็นยาจะน้อยมาก เพียงไม่กี่ใบเท่านั้น ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ การนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่นำใบกระท่อมมาต้มในปริมาณมาก บางครั้งสูงถึงครึ่งกิโลกรัมต่อครั้ง การกระทำเช่นนี้ทำให้เกิดสารสกัดเข้มข้นมากเกินไป นำไปสู่อาการมึนเมาและปัญหาด้านสุขภาพร้ายแรง 

ผลกระทบต่อสุขภาพที่พบนอกจากการมึนเมา ได้แก่ 1. ปัญหาจิตเวช พบว่าผู้ที่ดื่มน้ำกระท่อมเข้มข้นอาจมีอาการทางจิตเวชได้ประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ 2. โรคไต มีผู้ป่วยวัยรุ่นบางรายที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยอาการไตวายเฉียบพลันจากการบริโภคน้ำกระท่อมในปริมาณมากเกินไป


นายแพทย์ สุนทรพจน์ ย้ำเพิ่มเติมว่า การบริโภคใบกระท่อมในปริมาณที่มากเกินไปจะออกฤทธิ์คล้ายกับ เฮโรอีน และมีอาการถอนพิษที่รุนแรง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้นำมาใช้ทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม

ส่วนนายแอ หนึ่งในผู้เข้ารับการบำบัดที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี กล่าวว่า การตัดสินใจเลิกยาเกิดจากความต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต และไม่อยากให้แม่เสียใจอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังได้รับการส่งเสริมอาชีพจาก ศอ.บต. เพื่อให้โอกาสได้กลับไปทำในช่วงที่กลับไปอยู่กับครอบครัวด้วย จึงอยากขอบคุณ ทาง ศอ.บต. ที่ส่งเสริมอาชีพให้

ด้าน ชาวบ้านในพื้นที่โคกโพธิ์ ก็ยืนยันว่า "ชาวบ้านทุกคนปฏิเสธพืชกระท่อมและยาเสพติด ดีใจที่ทุกหน่วยร่วมกันปราบปราม มั่นใจว่าอนาคต กระท่อมจะต้องกลับคืนบัญชียาเสพติด"

ขณะที่ หลายพื้นที่ได้นำ "หลักฮูกุมปากัต" (ธรรมนูญหมู่บ้าน) มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน อาทิ ที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี อ.เมือง จังหวัดยะลา ซึ่งส่งผลให้ร้านค้ากระท่อมตามเส้นทางต่างๆ ทยอยปิดตัวลง นอกจากนี้ ปอเนาะหลายแห่ง โดยเฉพาะ ปอเนาะใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้กลายเป็นศูนย์ฟื้นฟูเยาวชนผู้ติดยาเสพติด โดยใช้หลักศาสนบำบัด มีผู้นำศาสนาในพื้นที่มาให้ความรู้แก่ประชาชนว่า "สิ่งที่มึนเมาทุกชนิดเป็นฮะรอม" (สิ่งต้องห้าม) ตามหลักศาสนาอิสลาม

จากแผนปฏิบัติการ "120 วัน วาระพืชกระท่อม" ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา จึงไม่เพียงเป็นการปราบปรามยาเสพติด แต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์แห่งความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้นำศาสนา เพื่อพลิกโฉมจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

.........................................

“ปอเนาะปันสุข” จุดประกายความหวัง พลิกฟื้นชีวิต “ฝัน” ที่ใกล้เป็น“จริง” ของคน “สะบ้าย้อย”





เนื่องจากในพื้นที่สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังไม่มีสถานที่บำบัดยาเสพติด จึงทำให้ผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่รวมพลังกันสร้าง “ปอเนาะปันสุข สะบ้าย้อย” ขึ้น เพื่อใช้เป็นที่บำบัดผู้ที่ต้องการเลิกยาเสพติด ทั้งผู้ที่นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามเข้ามาบำบัดได้อย่างพหุวัฒนธรรม

ในการนี้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้มอบหมายให้นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง นายอิบรอเหม เบ็ญนา นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ ศอ.บต. ลงพื้นที่ให้กำลังใจเยาวชนกลุ่มเสี่ยงตำบลเปียน พร้อมรวมพลังก่ออิฐสร้างสถานที่บำบัด สำหรับผู้ต้องการเลิกยาเสพติด โดยมีนายประเสริฐ ดอเลาะ กำนันตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย พร้อมด้วยนายแวอามะ ยีเร็ง อบต.เปียน ปลัดอำเภอสะบ้าย้อย เจ้าหน้าที่ทหาร อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

นายธีรวิทย์ กล่าวดว่า เลขาธิการ ศอ.บต.ชื่นชมและให้กำลังใจชุมชนที่ลุกขึ้นมารณรงค์และปราบปราม ช่วยกันรวมพลังปฏิเสธ “พืชกระท่อม” เห็นได้ชัดว่าเป็นความต้องการของชุมชน และเป็นเรื่องที่ดี ภาครัฐเองทำได้ส่วนหนึ่ง แต่สู้พลังชุมชนที่ลุกขึ้นมาทำกันเองไม่ได้ อันนี้ถือว่าสำคัญมาก




ทั้งนี้ นายธีรวิทย์ยังได้ร่วมกับศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ นำอิฐบล็อก จำนวน 500 ก้อนจากศูนย์พัฒนาอาชีพไปมอบและร่วมกันก่ออิฐขึ้น เพื่อแสดงพลังการมีส่วนร่วมระหว่างพี่น้องในพื้นที่ด้วยกัน

นายประเสริฐ ดอเลาะ กำนันตำบลเปียน กล่าวว่า วันนี้รู้สึกปลื้มใจ ที่หลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันสนับสนุน เพื่อให้เกิดปอเนาะปันสุขสะบ้าย้อย ขอขอบคุณ ศอ.บต.และทุกหน่วยงาน ที่เข้ามาร่วมสนับสนุน เนื่องจากชาวบ้านที่นี่หาเช้ากินค่ำ อย่างเดือนหนึ่งจะต้องใช้ 1,000-3,000 บาท เพื่อให้ลูกหลานไปอยู่ในศูนย์บำบัด ถ้ามีปอเนาะแห่งนี้ จะเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่

ด้าน จ.ส.อ.บุญสม คงสุวรรณ รอง ผบ.ชุดสันติสุข 505 รับผิดชอบพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ที่นี่เวลามีผู้ติดยาเสพติดมีอาการคลั่ง มีการทำร้ายพ่อแม่บางครั้ง บางคนถึงขั้นเผารถ การที่ ศอ.บต.สนับสนุนปอเนาะปันสุข ถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากใน 4 อำเภอมีผู้ติดยาเสพติดเยอะมาก แต่ไม่มีสถานที่บำบัดเพียงพอ การที่จะเดินทางไปที่อื่นจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าฝาก ค่าอยู่ค่ากิน ค่าน้ำมันรถ การที่มีสถานที่แห่งนี้ ถือว่าเป็นการช่วยเหลือคนในพื้นที่ให้ได้มากยิ่งขึ้น

ขณะที่นายสวัสดิ์ ยืนยง อดีตกำนันตำบลเปียน กล่าวด้วยว่า ในวันนี้รู้สึกดีใจมากที่ ศอ.บต. มาสนับสนุน และมีความหวังว่า ตรงนี้จะเปิดเป็นที่บำบัดผู้ติดยาเสพติดโดยเร็ว และที่สำคัญจะเป็นศูนย์บำบัดที่รับคนไทยพุทธเข้ามาบำบัดร่วมด้วย

.....................................

ศอ.บต.หนุนทักษะช่างเชื่อม-ปูกระเบื้อง สมาชิกบ้านแสนสุข





“สิบกว่าปีที่แล้ว กำนันบาฮา รวบรวมคนที่ติดยาในหมู่บ้าน พื้นที่ ต.บาราเฮาะ มาบำบัดรวมกันที่นี่ จาก 4-5 คน มีเพื่อนๆ คนรู้จักกำนัน นำลูกหลานที่ติดยา มาฝากให้ดูแล จนตอนนี้มีทั้งหมดจำนวน 115 คน เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะยาเสพติดหาซื้อได้ง่ายมาก ราคาถูก เด็กก็ซื้อได้ในราคา 20-30 บาท” นายยอรายิ ยูซง ผู้ดูแล “บ้านแสนสุข” บอกถึงความเป็นมาคร่าวๆ ของสถานบำบัดแห่งนี้

ศูนย์บำบัดยาเสพติดบ้านแสนสุข ตั้งอยู่ ณ ด้านหลัง อบต.บาราเฮาะ ตำบลบาราเฮาะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยมี นายบาฮารุดดิน ยูโซะ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดปัตตานี โดยใช้หลักศาสนามาประยุกต์ใช้ในการบำบัดยาเสพติด กระบวนการงานดะวะห์ มากล่อมเกลา ชำระล้างจิตใจ เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัด มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น มีกำลังใจในการลดเลิกยาและมั่นใจที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

พื้นที่บาราเฮาะ เป็นโมเดลหนึ่งที่ใช้ในเรื่องของศาสนบำบัดในการฝึกอบรม โดยรับผู้หลงผิดที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเข้ามายัง “บ้านแสนสุข” ด้วยการดูแลทุกคนให้อยู่ในวินัย ตื่นเช้า เรียนรู้ศาสนา อาชีพ เพื่อให้ลูกหลานเยาวชนที่หลงผิด เลิกและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก มีพี่น้องประชาชนนำลูกหลานมาฝากไว้ ที่บ้านแสนสุขแห่งนี้ ให้ช่วยบำบัดในเรื่องของยาเสพติด เพื่อที่จะกลับไปใช้ชีวิตเช่นเดิมได้

“เมื่อรัฐบาล และ ศอ.บต. โดยการนำของ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่ร่วมปฏิบัติการ 120 วัน วาระพืชกระท่อม ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ แบบบูรณาการในทุกมิติ โดยมอบหมายให้ นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. นายอิบรอเหม เบ็ญนา นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ ศอ.บต. ลงพื้นที่ให้กำลังใจและพูดคุยถึงด้านอาชีพที่ ศอ.บต. หนุนเสริมแก่สมาชิกในบ้านแสนสุข เพื่อเป็นทักษะอาชีพเมื่อกลับไปยังภูมิลำเนาหรือการมีงานทำหลังเสร็จสิ้นการบำบัด

หนึ่งในผู้เข้าร่วม ได้กล่าวว่า ดีใจที่ ศอ.บต. ได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมอาชีพ ตอนนี้ได้เรียนรู้การเชื่อมเหล็กเพื่อทำประตูรั้วเหล็กอันใหม่แทนอันเดิมที่ผุพัง และขอขอบคุณที่ทำให้คนอยู่ที่นี้ ได้มีประสบการณ์ในอาชีพการเชื่อมเหล็กและปูพื้นกระเบื้อง เพื่อเป็นทักษะที่ติดตัวไปทำงานเมื่อออกไปจากที่นี่”

....................................

ปธ.กก.อิสลามประจำจังหวัดยัน “ชาวสตูล” ไม่เอายาเสพติด-พืชกระท่อม





ภายในประเทศ - ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูลไม่ยอมน้อยหน้าชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยันชาวสตูลไม่ต้องการยาเสพติดและกระท่อม เป็นไปตามนโยบายของ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ประกาศวาระกระท่อม 120 วัน

15 กรกฎาคม 2568 - นายยำอาด ลิงาลาห์ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล กล่าวว่า ปัญหายาเสพติด ถ้าด้วยบริบททางศาสนาก็ถือว่า เป็นเรื่องต้องห้าม ในฐานะคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ผู้นำศาสนา ไม่ได้ละเลย มีความพยายามขับเคลื่อนตามศักยภาพที่ทำได้ เช่น จังหวัดสตูลมี 7 อำเภอ และแต่ละอำเภอจะมีประธานชมรมอิหม่าม ซึ่งจะมีการประชุมประจำเดือนกับหน่วยงานในพื้นที่ทุกเดือน

“เราก็พยายามเน้นย้ำให้ผู้นำศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอเต็ป หรือ คนที่อ่านคุฎบะห์ วันศุกร์ เราก็จะให้พูดคุยเรื่องของสิ่งเสพติดทุกประเภท กระท่อม กัญชา ยาเสพติดอื่นๆ ก็พยายาม รณรงค์พูดให้ความรู้ เพราะเชื่อว่าเวทีวันศุกร์ ช่วงอ่านคุฎบะห์ จะมีความสำคัญ ทุกคนต้องฟังแล้วไม่มีโอกาสในการโต้แย้ง ทุกคนต้องมีสมาธิ ในการฟัง”

นายยำอาดกล่าวว่า ขณะเดียวจังหวัดสตูลมีมาตรการทางสังคม เป็นมติของผู้นำศาสนาทั้งจังหวัด เรามีมาตราการของการทำโทษ เช่น คนไม่มาละหมาดวันศุกร์ติดต่อกันสามศุกร์ คนที่อยู่ด้วยกันโดยไม่ได้แต่งงานให้ถูกต้องตามหลักศาสนา คนที่ไม่ส่งลูกให้เรียนฟัรดูอีน หรือเรียนตาดีกาที่มัสยิด คนที่เสพยาเสพติด หรือคนที่ค้ายาเสพติด เราก็จะมีมาตรการในการทำโทษ ถ้าคนเหล่านี้ทำกิจกรรมทางศาสนาที่บ้านเขา ก็ขอร้อง ไม่ให้ผู้นำทางศาสนาไปให้ความร่วมมือ อย่างเช่นครอบครัวเขาเสียชีวิต คนติดยาเสพติดเสียชีวิต ก็จะให้ไปละหมาดศพแค่สามคน ถือเป็นบทลงโทษ ที่เราได้ทำอยู่ในสตูล

ในส่วนนโยบายทางราชการ ผู้นำศาสนาในจังหวัดสตูลได้ประชุมร่วมกับทางอำเภอทุกอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มอบนโยบายไปทางอำเภอ และอำเภอมาให้นโยบายแก่กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ เราพยายามทำทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

เราพยายามป้องกันกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ให้เขาฟังคุฎบะห์ส่วนคนที่ติดยาเสพติดแล้ว ก็จะพยายามหาโอกาสไปพูดคุยรวมถึงพาไปบำบัดฟื้นฟู ก็จะทำอยู่ ทุกภาคส่วนจะร่วมกันณรงค์เลยตอนนี้และ ยืนยันว่าเราไม่เอายาเสพติดและกระท่อม

ตอนนี้ คณะกรรมการอิสลามร่วมกับปอเนาะ เตรียมผลิตโปสเตอร์ เพื่อไปติดตามมัสยิดและสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อเป็นการยืนยันว่าพวกเราไม่เอายาเสพติด ไม่เอาพืชกระท่อม

............................................

ศอ.บต.ร่วมกับคณะสงฆ์จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์มอบรางวัลการประกวดสวดมนต์หมู่






7 พฤษภาคม 2568 - ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา ภายในพุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับคณะสงฆ์ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2568

มี นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระราชวัชรญาณโมลี รองเจ้าคณะภาค 18 เจ้าอาวาสวัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายชาวไทยพุทธจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึง 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ภายในพิธีมีการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ เปิดกรวยถวายราชสักการะสมเด็จพระสังฆราช และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามลำดับ

จากนั้น พระราชวัชรญาณโมลี ได้มอบโล่รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราชฯ แก่นักเรียนผู้ชนะการประกวดในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ขณะที่ นายแพทย์สมหมาย ได้มอบเกียรติบัตรและเงินรางวัลให้กับนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา รวม 16 ทีม ทีมละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน ซึ่งจัดประกวดไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ อันเป็นวัฒนธรรมไทยที่มีคุณค่า อีกทั้งยังเป็นการกล่อมเกลาจิตใจเยาวชน ให้มีความอ่อนโยน ยึดมั่นในคุณธรรม และเติบโตเป็นคนดีของสังคม

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายได้มีการจัดพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ พิธีถวายผ้าห่มพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล และพิธีเวียนเทียน รอบองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว โดยเริ่มในเวลา 12.40 น. เป็นต้นไป

.....................................

IRC หารือ ศอ.บต.แนวทางร่วมกับภาครัฐ-ชุมชนขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่








ชายแดนใต้ - IRC เข้าพบผู้บริหาร ศอ.บต.หารือแนวทางหนุนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และชุมชน ขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ เน้นการมีส่วนร่วมของประชากรกลุ่มเปราะบาง

10 กุมภาพันธ์ 2568 - พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยนายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ให้การต้อนรับคณะจาก The International Rescue Committee (IRC) นำโดยนายโชติวัฒน เจริญผล ผู้ประสานงานด้านการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลัง เพื่อหารือแนวทางและแนะนำโครงการเพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในการเตรียมความพร้อมรับมือและลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยการมีส่วนร่วมของประชากรกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมีผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องรับรอง ชั้น 1 ศอ.บต.

นายโชติวัฒนกล่าวว่า การมาในวันนี้เป็นการแนะนำโครงการเตรียมความพร้อมและรับมือกับผลกระทบของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น แต่เป็นการลดภัยพิบัติ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มเปราะบาง ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงพื้นที่ร่วมกับประชาชนและเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนภาคประชาสังคม ในการหาช่องทางจากความคิดเห็นของประชาชน ต่อการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด ของชุมชนนำมาพัฒนาและปรับปรุง ให้เกิดผลที่มีประสิทธิภาพ

ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าวว่า โครงการที่ได้นำเสนอนับเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อพื้นที่และประชาชน แต่ยังคงยึดมั่นในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือประชาชนให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ภาครัฐมีความพยายามในการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนได้มีความอยู่ดี มีสุข ภายใต้การนำยุทธศาสตร์ของประเทศ มาปรับใช้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ไม่อยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นต้องถูกลดทอนลงไป จากบทบาทขององค์กรอื่นๆ

ทั้งนี้ IRC เป็นองค์กรที่เริ่มดำเนินการในปี 2518 มีบทบาทหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ผลัดถิ่นจากสงครามอินโดนีเซีย และเป็นหนึ่งในการปฏิบัติการสนับสนุนด้านมนุษยธรรม ที่ยาวนานที่สุดขององค์กร ซึ่งปัจจุบัน ร่วมมือกับองค์กรชุมชนและหน่วยงานหลายหน่วยงานในการช่วยเหลือและให้บริการประชาชนตามแนวชายแดน เช่น การให้บริการด้านสุขภาพ การคุ้มครองสิทธิ์ การพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดี และการจัดการภัยพิบัติ

...............................

อุปนายก สนต.ถอนตัวไม่ร่วมสังฆกรรมเลือกผู้แทนสื่อนั่งสภาที่ปรึกษา ศอ.บต.







ชายแดนใต้ - สื่อ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยันไม่เห็นด้วยกับ ศอ.บต. ดันทุรังเลือกตัวแทนสื่อ นั่งสภาที่ปรึกษา โดยมีสื่อลงทะเบียนเพียง 26 คนจาก 300 กว่าคน ล่าสุด ผู้สมัครถอนตัวแล้ว 1 คน เพราะเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และขาดการมีส่วนร่วมของสื่อในชายแดนใต้

8 กุมภาพันธ์ 2568 - จากกรณีที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดให้มีการเลือกตั้งตัวแทนสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ 1 คน โดยคัดเลือกด้วยการลงคะแนนกันเอง เพื่อทำหน้าในสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปรากฏว่า สื่อมวลชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องการรับสมัครและการเลือกตั้ง ทำให้มีผู้มาลงชื่อเพียง 26 คน จากจำนวนสื่อใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 300 คนนั้น

ล่าสุด นายปิยะโชติ อินทรนิวาส อุปนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย (สนต.) หนึ่งในผู้สมัครเพื่อเลือกตั้งเป็นตัวแทนสื่อมวลชน ได้ส่งหนังสือขอถอนตัว เพราะเห็นว่า จำนวนสื่อมวลชน ที่มาลงชื่อเพื่อเป็นผู้ลงคะแนนเลือกผู้สมัครครั้งนี้เป็นสื่อส่วนน้อย ที่ไม่ครอบคลุมสื่อมวลชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้านนายปรีชา หนูศิริ ตัวแทนสื่อ จ.สตูล กล่าวว่า สื่อใน จ.สตูลไม่มีใครทราบข่าว จึงไม่มีใครไปลงชื่อเพื่อทำการคัดเลือกตัวแทนสื่อในครั้งนี้ เช่นเดียวกับนายปาเรซ โลหะสันห์ สื่ออาวุโสของ จ.ปัตตานี ก็ระบุว่า ไม่เคยทราบว่ามีการเลือกตัวแทนสื่อเพื่อไปทำหน้าที่ในสภาที่ปรึกษา

ส่วนสื่อใน จ.นราธิวาสทุกคนก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีส่วนในการเป็นผู้สมัครและเป็นผู้ลงคะแนนเพื่อเลือกตั้งตัวแทนสื่อ ที่ ศอ.บต.จัดขึ้นในครั้งนี้ ดังนั้น ผู้ที่ผ่านการเลือกตั้งจาก สื่อมวลชนเพียง 22 คนจากสื่อมวลชนที่มีอยู่ 300 กว่าคนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของสื่อมวลชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะสื่อมวลชนส่วนมาก 90 % ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้

ด้านนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภาจากกลุ่ม 18 กลุ่มสื่อมวลชนและวรรณกรรม อดีตตัวแทนสื่อมวลชนที่ถูกเลือกไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนสื่อในสภาที่ปรึกษาทั้ง 2 สมัย และเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของ ศอ.บต. กล่าวว่า ในการเลือกตั้งตัวแทนสื่อมวลชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประกอบด้วย จ.สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อไปทำหน้าที่ตัวแทนสื่อใน สภาที่ปรึกษาฯ นั้น ก่อนหน้านี้ ศอ.บต.ดำเนินการโดยให้สื่อมวลชนของจังหวัดนั้นๆ ไปลงทะเบียนในจังหวัดที่สื่อมวลชนทำหน้าที่อยู่ เช่น สื่อใน จ.สงขลาก็ไปลงทะเบียนที่ประชาสัมพันธ์ จ.สงขลา สื่อ จ.สตูลก็ไปลงทะเบียนที่ จ.สตูล ยกเว้นผู้ที่แสดงความจำนงในการสมัครเป็นตัวแทนสื่อมวลชนเพื่อการเป็นตัวแทนสื่อมวลชน ที่ต้องไปลงทะเบียนที่ ศอ.บต. วิธีการอย่างนี้จึงเป็นวิธีการที่ถูกต้องและเป็นธรรม เป็นการทำให้สื่อทุกๆ จังหวัดมีสิทธิในการลงคะแนนในการเลือกตัวแทนของตนเอง โดยในวันเลือกตั้ง ศอ.บต.จะส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการเลือกตั้งใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่งผลคะแนนไปรวมที่ ศอ.บต. เพื่อประกาศว่าใครได้เป็นผู้แทนสื่อมวลชน เพื่อไปทำหน้าที่ในสภาที่ปรึกษาฯ

แต่ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ไม่ทราบว่าทำไมจึงมีการแก้ไขกฎระเบียนการเลือกตั้งที่ดีอยู่แล้วให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะโดยข้อเท็จจริง เป็นไปได้ยากที่สื่อจาก 5 จังหวัดจะเดินทางไปดำเนินการที่ ศอ.บต. ซึ่งอยู่ใน จ.ยะลาถึง 2 ครั้ง เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของ ศอ.บต. ที่ไปแก้กฎระเบียบ และขาดความรอบคอบ รวมทั้งในอดีต จะมีการเชิญองค์กรสื่อในพื้นที่ไปประชุมหารือถึงวิธีการดำเนินการในการเลือกตัวแทนสื่อมวลชน แต่ในครั้งนี้ไม่มี และอ้างว่ามีการส่งข่าวให้กรมประชาสัมพันธ์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้สื่อในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทราบแล้ว แต่ปรากฏว่า สื่อกว่า 90% ไม่ได้ทราบข่าวของการเลือกตั้งตัวแทนสื่อในครั้งนี้

ดังนั้น ถ้า ศอ.บต.ยังยืนยันว่าจะให้มีการเลือกตั้งตัวแทนสื่อในวันที่ 16 ก.พ.ก็คงดำเนินการได้ เพราะ ศอ.บต.เป็นผู้แก้กฎระเบียบให้มีการเลือกตั้งที่ ศอ.บต. แต่ก็ต้องถามความชอบธรรมว่าการที่สื่อจากอีก 4 จังหวัดนอกจาก จ.ยะลา ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง มีเพียงสื่อใน จ.ยะลาเพียง 22 คนเป็นผู้ลงคะแนน จะเรียกผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งว่าเป็นตัวแทนของสื่อมวลชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่ และผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจะอ้างว่าเป็นตัวแทนของสื่อมวลชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่

“สมัยที่ผมได้รับการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้ง มีผู้ไปลงทะเบียนในทุกจังหวัด ที่ จ.สงขลามีสื่อมวลชนไปลงทะเบียนกว่า 100 คน ทั้งสื่อรัฐและสื่อเอกชน จังหวัดยะลามีสื่อไปลงทะเบียนเกือบ 100 คน ใน จ.สตูลกว่า 50 คน และใน จ.นราธิวาสและปัตตานีก็มีผู้ไปลงทะเบียนจำนวนหนึ่ง และมีการไป เลือกตั้ง ซึ่งผมได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 จากผู้สมัครด้วยกัน ดังนั้น ผู้บริหารของ ศอ.บต.ต้องดูว่าการเลือกตั้งตัวแทนสื่อมวลชน เพื่อไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนในสภาที่ปรึกษาฯ ครั้งนี้ เหมาะสม หรือไม่ และที่สำคัญ ศอ.บต. เห็นความสำคัญของสื่อมวลชนหรือไม่ หากท่านคิดว่า ถูกต้อง เหมาะสม สื่อมวลชนไม่มีความสำคัญ ท่านก็ดำเนินการของท่านไป เพราะ สื่อไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปเปลี่ยนแปลงให้มีการแก้ไขให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม และอยากเห็น สื่อมวลชน ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกมาแสดงความคิดเห็น ในเรื่องที่เกิดขึ้น” นายไชยยงค์กล่าว

......................................

เลือกตั้งแบบใด! ศอ.บต.ไม่แจ้งจะเลือกตัวแทนสื่อในสภาที่ปรึกษา แถมเปลี่ยนกฎให้ลงคะแนนที่ยะลา





๐ ชายแดนใต้ - สื่อ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้โวย ศอ.บต.ออกระเบียบคัดเลือกตัวแทนสื่อของสภาที่ปรึกษาพิลึก ให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงไปลงทะเบียนและลงคะแนนที่ยะลาเท่านั้น ซ้ำไม่ประชาสัมพันธ์ให้รู้ว่ามีการเลือก

19 มกราคม 2568 - จากการที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ดำเนินการให้มีการตั้งสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาใหม่ และมีการออกกฎระเบียบเพื่อคัดเลือกตัวแทนของภาคประชาชนจากกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อเป็นตัวแทนของสภาที่ปรึกษานั้น

ปรากฏว่าในกลุ่มตัวแทนของ สื่อมวลชน มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย เพราะ ศอ.บต.ออกกฎระเบียบในการคัดเลือกใหม่ ที่ไม่เหมือนกฎระเบียบเดิม โดย ให้ผู้ที่ต้องการสมัครเป็นตัวแทนสื่อมวลชน และผู้ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนการเลือกตั้ง ต้องไปลงชื่อที่ ศอ.บต. ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เพื่อการตรวจสอบความถูกต้อง และในวันที่มีการลงคะแนนเลือกตั้ง สื่อมวลชนทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินทางไปลงคะแนนในการเลือกตั้ง ที่ ศอ.บต. เท่ากับว่าในการ เลือกตั้งตัวแทนสื่อครั้งนี้ สื่อมวลชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินทางไปยัง ศอ.บต.ถึง 2 ครั้ง ทำให้สื่อมวลชน ที่ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนแบบวิชาชีพไม่สะดวกในการเดินทางทั้งการไปลงชื่อเพื่อการตรวจสอบและการเดินทางไปเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง

ทั้งนี้ในกฎระเบียบเก่า ที่เคยใช้ในการเลือกตั้ง ตัวแทนสื่อมวลชนของสภาที่ปรึกษาฯ ที่ผ่านมานั้น ผู้ที่ต้องการสมัครเป็นตัวแทนกลุ่มสื่อมวลชนต้องเดินทางไปยื่นหลักฐานการสมัครเพื่อการตรวจสอบสิทธิและคุณสมบัติว่าถูกต้องหรือไม่ ที่ ศอ.บต. แต่ สื่อมวลชนที่มีสิทธิในการลงคะแนนเพื่อเลือกตัวแทนของตน ไม่ต้องไปลงชื่อเพื่อการตรวจสอบคุณสมบัติที่ ศอ.บต. แต่ให้ไปลงชื่อเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็น "สื่อมวลชนวิชาชีพ” หรือไม่ ที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่ง ศอ.บต. จะร่วมกับจังหวัดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผู้ดำเนินการ และในวันลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิ์ในการลงคะแนนก็เดินทางไปใช้สิทธิ์ในการลงคะแนน ที่ หน่วยเลือกตั้ง ที่ศาลากลางจังหวัด ตามภูมิลำเนา

การเปลี่ยนกฎระเบียบการเลือกตั้งตัวแทนกลุ่มสื่อมวลชน ครั้งนี้ของ ศอ.บต.ไม่ได้แจ้งให้หน่วยงานของสื่อมวลชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับทราบ ไม่มีสมาคม ชมรม หรือกลุ่มสื่อในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีส่วนรับรู้และแสดงความคิดเห็น ไม่เหมือนในอดีตที่องค์กรสื่อมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ดังนั้นสื่อมวลชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับรู้การเลือกตั้งตัวแทนสื่อของสภาที่ปรึกษาฯ ในครั้งนี้



หลังจากที่มีการประกาศให้สื่อไปลงชื่อ เพื่อดำเนินการเลือกตัวแทนของกลุ่มสื่อมวลชนไปทำหน้าที่ใน สภาที่ปรึกษาฯ จึงมีผู้ที่เป็นสื่อมวลชน ที่ส่วนใหญ่อยู่ใน จ.ยะลาไปลงชื่อเพียง 26 คน ซึ่งโดยความเป็นจริง ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็น "สื่อวิชาชีพ” มีอยู่จังหวัดละไม่ต่ำกว่า 50 คน รวม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 250 คน -300 คน การที่มีทั้งผู้ลงชื่อเพื่อรับการเลือกตั้งเป็นตัวแทนกลุ่มสื่อมวลชนและผู้ไปลงชื่อเพื่อเลือกตั้งรวมกันเพียง 26 คน จะถือว่าเป็นกลุ่มตัวแทนของ สื่อมวลชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ เพราะไม่มีความชอบธรรม

ผู้สื่อข่าวจำนวนมากใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดพลาดของ ศอ.บต. ในการออกกฎระเบียบการเลือกตั้ง ที่ไม่ สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ไม่คำนึงถึงความยุ่งยาก ของสื่อมวลชน ในการที่ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเดินทางไปลงทะเบียนและเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง รวมทั้ง ศอ.บต.ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนใน 5 จังหวัดชายแดนให้รับทราบ ไม่มีองค์กรสื่อมวลชน มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งหากใครได้รับการเลือกตั้งให้เป็นตัวแทนของกลุ่มสื่อมวลชน ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มสื่อมวลชนและสังคม เพราะมีผู้ไปลงทะเบียน เพื่อการรับสมัครเป็นตัวแทน และการลงคะแนนเพียง 26 คน จากจำนวน 300 คน ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ดังนั้น สื่อมวลชนวิชาชีพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงขอเรียกร้องให้เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินการในการคัดเลือกตัวแทนของกลุ่มสื่อมวลชน วิทยุ โทรทัศน์ และ หนังสือพิมพ์ ในการเข้าไปเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาให้ถูกต้อง โปร่งใส สอดคล้องกับความจริงในพื้นที่ เพื่อให้ตัวแทนของ กลุ่มสื่อมวลชนเป็นตัวแทนที่ถูกต้อง และเป็นที่ยอมรับของสื่อมวลชนและสังคม ในพื้นที่ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว.กลุ่มสื่อสารมวลชนและวรรณกรรม อดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงความคิดเห็นว่า การออกกฎระเบียบในการคัดเลือกตัวแทนของสื่อมวลชน เพื่อไปทำหน้าที่ในสภาที่ปรึกษาฯ ครั้งนี้ของ ศอ.บต.ไม่ถูกต้องหลายประการ และที่สำคัญไม่มีการยึดโยงกับองค์กรสื่อในพื้นที่ เป็นการ คิดเอง ทำเอง โดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ในบริบทของสื่อมวลชน จึงใคร่ขอให้ผู้เกี่ยวข้องมีการทบทวนและให้พิจารณาถึงกฎระเบียบในการในการเลือกตั้ง โดยยึดเอากฎระเบียบเก่าที่เคยใช้ในการเลือกตั้ง เพื่อให้สื่อมวลชนทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนของพวกเขา ที่เขาต้องการ เพื่อไปทำหน้าที่ในสภาที่ปรึกษาอย่างมีคุณภาพ

//////////////////////////

ศอ.บต.จัดงานวันเด็ก 2568 หนุนการเรียนรู้ สร้างการมีส่วนร่วม






ชายแดนใต้ - ศอ.บต. เปิดลานจัดกิจกรรม วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 หนุนการเรียนรู้ สร้างการมีส่วนร่วม พร้อมเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ


9 มกราคม 2568 - ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดกิจกรรม "เสริมสร้างโอกาสด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้" (มอบของขวัญเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ) ประจำปี 2568 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม สร้างปฏิสัมพันธ์ และทักษะทางสังคมให้เด็กได้มีความกล้าแสดงออก เปิดโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญของสังคมและอนาคตของชาติ ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีพันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานพิธีเปิด ฯ พร้อมกล่าวให้โอวาทด้วยว่า 

เด็กและเยาวชนในปัจจุบันกำลังเติบโตท่ามกลางความท้าทายมากมาย ศอ.บต.ขอมอบกำลังใจและแนวทางให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ด้วยการ ให้ความสำคัญของการศึกษาและการพัฒนาตนเอง ในยุคที่เทคโนโลยีและสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างรากฐาน ที่แข็งแกร่งให้กับอนาคตของชาติ โดยจะต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นอยู่ตลอดเวลา และน้องๆ จะต้องตั้งใจเรียน แสวงหาความรู้ใหม่ๆ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ ทักษะชีวิต สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้หลากหลายมากขึ้น 


อีกทั้งความมีคุณธรรมและจริยธรรม เพราะการเป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่เพียงพอ จะต้องเป็นคนดี ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ มีน้ำใจ รู้จักแบ่งปัน และเคารพกฎกติกาของสังคม การมีจิตสาธารณะและรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้นด้วย ภายใต้คำขวัญที่ว่า "ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง" ของนายกรัฐมนตรี นางสาว แพทองธาร ชินวัตร

ด้านน้องๆ ที่เข้ากิจกรรม กล่าวด้วยว่า รู้สึกดีใจมากที่วันนี้ได้มาร่วมกิจกรรมซึ่งมีบูธหลายบูธให้ได้เข้าร่วมเล่นเกม และแจกรางวัลมากมายขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ได้มอบโอกาสและได้เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมกัน

ทั้งนี้ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมชั้นที่ 1 การออกบูธต่างๆ จากหน่วยงานเครือข่ายทางวิชาการ การตรวจฟันเด็ก กิจกรรมนันทนาการ บูธการแข่งขันการเรียงแก้ว (สแต็ค) การให้บริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม ชั้นที่ 2 เป็นเวทีกลางการมอบของรางวัล การแสดงความสามารถของน้อง ๆ การเล่นเกมส์ กิจกรรมสอยดาว และแจกของรางวัลอีกมายมาย และชั้นที่ 4 สำหรับกิจกรรมธนาคารสื่อสร้างสรรค์ เพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก ซึ่งจะเน้นความสนุกสนาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมการเรียนรู้” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถร้อง เล่น เต้น รำ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมซึ่งเป็นน้องๆ จากโรงเรียนศึกษาพิเศษเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมไปถึงเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส

//////////////////////////////

เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานมอบเข็มแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร "พัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่น 1"






จากการดำเนินโครงการอบรมกิจกรรมพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดชายแดนภาคใต้ Southern Border Business Network หรือ SBN โดยสถาบันพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในระหว่างวันที่ 23 - 26 เมษายน 2567 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ผ่านมา

และเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 เวลา 13.30 น. พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีมอบเข็มและประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านกิจกรรมอบรมหลักสูตร "พัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1" โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้อำนวยการกอง / กลุ่มงาน ศอ.บต. ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมในพิธี

สำหรับกิจกรรมนี้เป็นการดำเนินภายใต้บทบาทอำนาจหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างเครือข่าย ขยายการค้า ส่งเสริมองค์ความรู้ของผู้ประกอบการภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลาและจังหวัดสตูล ตลอดจนเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับ ศอ.บต. 

และเมื่อวันที่ 23 - 26 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ศอ.บต. ได้จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรพัฒนาธุรกิจใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ southern border business network หรือ SBN โดยนำนักธุรกิจในประเทศที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 55 คน เข้ารับการอบรมและศึกษาดูงานจากวิทยากรชื่อดังระดับประเทศ ณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการพัฒนาเศรษฐกิจตลอดจนความคิดเห็นในการพัฒนาหลักสูตร SBN ต่อไป



พันตำรวจโท วรรณพงษ์กล่าวขอขอบคุณนักธุรกิจที่ทุกท่านที่มาในวันนี้ สำหรับการจัดกิจกรรมนี้เพื่อต้องการให้ทุกคนได้มารับฟังแนวคิดในการประกอบธุรกิจ สิ่งสำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายและการสร้าง connection ร่วมกัน นอกจากนี้ การอบรมหลักสูตรนักธุรกิจรุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นการอบรมที่ทาง ศอ.บต. จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนเป็นเจ้าของและต่อยอดและพัฒนา ตลอดจนจะทำให้ทุกคนมีศักยภาพมีที่ดี หลังจากนี้ไปหลักสูตรนี้ไม่ใช่ของ ศอ.บต. แต่เป็นของนักธุรกิจทุกคน ที่จะนำประโยชน์จากการอบรมไปมอบความรู้ให้กับนักธุรกิจรุ่นหลังต่อไป

เลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวว่า ที่ผ่าน ศอ.บต. ได้เรียนเชิญทูต และอุปทูตของประเทศอิสลาม ทั้งหมด 15 ประเทศแต่ตอบรับมา 13 ประเทศ ถือเป็นประเทศใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าทางธุรกิจ ได้ลงมาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความโชคดีสำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ต้อนรับคณะทูตและอุปทูตมาเยือนในครั้งนี้ และเชื่อเสมอว่า การมาเยี่ยมของคณะทูตนั้น ต้องเป็นเรื่องที่ดี หลายอย่างอาจจะเป็นที่จับตามองถึงแหละการลงทุนระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจอาจจะดีขึ้นในอนาคต

ก่อนหน้าจะมีพิธีมอบเข็มและประกาศนียบัตร ในครั้งนี้ คณะผู้เข้าร่วมอบรมได้ร่วมวิภาคหลักสูตรและแลกเปลี่ยนความรู้จากการที่ได้อบรม โดยทุกคนได้มอบสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจในพื้นที่ให้กับนักธุรกิจด้วยกันได้รู้ถึงประสบการณ์ อุปสรรคและปัญหาที่พบเจอ เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นักลงทุนรุ่นต่อไปให้มีความกล้าลงทุน กล้าคิด และกล้านำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อให้ทันโลกปัจจุบันอีกด้วย

/////////////////////

ไอแบงก์มอบ 2 แสนหนุนเงินรางวัลกีฬาฟุตบอล “STT 2024” ให้แก่สมาคมกีฬายะลา




๐ ชายแดนใต้ ๐  ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสนับสนุนเงินรางวัลกีฬาฟุตบอล “STT 2024” จำนวน 200,000 บาท แก่สมาคมกีฬา จ.ยะลา หวังดันเยาวชนชายแดนใต้สู่นักเตะมืออาชีพ

13 พฤษภาคม 2567  - คณะผู้บริหารในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มอบเงินสนับสนุนการจัดการแข่งขันฟุตบอล “Selatan Thailand Tournament (STT) 2024” จำนวน 200,000 บาท ให้แก่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดยะลา โดยมีนายนิรัตน์ เสมอภาพ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดยะลา เป็นผู้รับมอบ เพื่อเป็นเงินรางวัลสำหรับการแข่งขันฟุตบอล STT

พร้อมกันนี้ยังได้ขอบคุณ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ได้ผลักดันการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลมาเป็นอย่างดีด้วย



พ.ต.ท.วรรณพงษ์ได้ขอบคุณคณะผู้บริหารธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ตลอดจนเป็นปัจจัยที่จะได้ผลักดันให้เยาวชนในพื้นที่ก้าวสู่การแข่งขันกีฬาในระดับสายอาชีพต่อไปในอนาคต

สำหรับการแข่งขันกีฬา STT เป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่ได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 เพื่อมอบของขวัญปีใหม่ 2567 จากรัฐบาลในการมอบความสุขให้แก่ประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยการจัดการแข่งขันฟุตบอล Selatan Thailand Tournament Cup (STT Cup) 2024 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

###



ศอ.บต.ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บจากเหตุบุกยิงเจ้าหน้าที่ขณะร่วมแข่งกีฬา อบต.คอลอตันหยง






๐ ชายแดนใต้ ๐ ศอ.บต.สร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะร่วมแข่งกีฬา อบต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พร้อมช่วยเหลือสิทธิการเยียวยาทุกมิติ

จากเหตุการณ์คนร้ายบุกยิงเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน ขณะแข่งขันกีฬาขององค์การบริหารส่วนตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เหตุเกิดบริเวณสนามฟุตบอล หมู่ที่ 2 ตำบลดาโต๊ะ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จนเป็นเหตุทำให้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 นายรอมดอน หะยีอาแว ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กรมการปกครอง พร้อมปลัด อบต.ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และเจ้าหน้าที่เยียวยา ลงพื้นที่พูดคุยและให้กำลังใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย

ได้แก่ ครอบครัวนายสิทธิชัย เพ็ชรสุริยา อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 6 ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และครอบครัวนายเชิดชัย พรหมราชแก้ว อายุ 56 ปี ปลัด อบต.คอลอตันหยง ณ วัดพุทธฤทธิ์วนาราม (สำนักสงฆ์บ้านไร่) หมู่ที่ 5 ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา


สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ศอ.บต. โดยเยียวยาจังหวัดปัตตานีได้มอบเงิน ช่วยเหลือเยียวยากรณีเสียชีวิต เป็นเงินจำนวน 500,000 บาท ให้แก่ครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยและสิทธิการช่วยเหลืออื่นๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไปด้วย

นอกจากนี้ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้ให้กำลังใจพร้อมนำกระเช้าในนามเลขาธิการ ศอ.บต. เข้าเยี่ยม ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายมะกอเซ็ง ดาโต๊ะ อายุ 59 ปี ได้รับบาดเจ็บ ถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณหน้าอก รู้สึกตัวดี และนายณัฐศักดิ์ ศรียาน อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บ ถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณหัวเข่า รู้สึกตัวดี

และศอ.บต. โดยจังหวัดปัตตานี ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีบาดเจ็บเบื้องต้น เป็นเงินจำนวนรายละ 10,000 บาท ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะได้รับสิทธิการช่วยเหลืออื่นๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

###


ศอ.บต.ต้อนรับ USAID แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนใต้







ชายแดนใต้ ๐  รองเลขาธิการ ศอ.บต. ต้อนรับคณะจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการพัฒนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

8 พฤษภาคม 2567  -  ที่ห้องรับรองอาคารอเนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้การต้อนรับ ดร.สตีฟ จี โอลีฟ ผู้อำนวยการ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) สำนักงานภาคพื้นเอเชีย

พร้อมด้วยนายนิลส์ เอ็ม มูลเลอร์ ผู้อำนวยการสำนักการพัฒนา USAID และคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการพัฒนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ คณะได้นำเสนอความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการ Enhance ซึ่งเป็นโครงการที่มีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมการบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยอาศัยการแลกเปลี่่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารการปกครองท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผ่านความร่วมมือกับกรมปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะหน่วยประสานงานหลัก โดยการนำนวัตกรรมที่สามารถดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปกครองท้องถิ่นให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น 


พร้อมทั้งขอบคุณทาง ศอ.บต. ที่ได้สนับสนุนงานมาโดยตลอด จากการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อแนะนำจากทางคณะทีมงานของ ศอ.บต. และกล่าวชื่นชม ศอ.บต. ในเรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 มาตรา 9 (10) ว่าด้วยการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ประชาชนทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในปีที่ผ่านมา ศอ.บต.ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมมากมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม เช่น
  • การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ และเป้าหมายการขับเคลื่อนงานของ ศอ.บต. ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับภารกิจ
  • กิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนโครงการพื้นที่สันติสุขขนาดเล็ก 
  • โครงการให้เงินอุดหนุนภาคประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายนันทพงศ์กล่าวว่า ศอ.บต.เป็นองค์กรหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ในบทบาทตามกฎหมายเรามีหน้าที่ที่จะเชื่อมงานกับทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกภาคส่วน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เช่น
  • เรื่องสิทธิความเป็นธรรม 
  • เรื่องการศึกษา 
  • เรื่องกิจการศาสนา 
  • งานด้านพหุวัฒนธรรม 
  • ประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์
ในรัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน ทุกกลุ่ม ทุกศาสนา ทุกเชื้อชาติ รวมทั้ง ศอ.บต.มีภารกิจที่สอดคล้องกับการทำงานของ USAID คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาพื้นที่อีกด้วย


สำหรับองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (United States Agency for International Development: USAID) สำนักงานภูมิภาคเอเชีย (Regional Development Mission for Asia: RDMA) เป็นองค์กรของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่มีพันธกิจหลักในการดำเนินกิจกรรมเชิงพัฒนา โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข และยกระดับการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย ผ่านการดำเนินความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

###



ขนทัพ 5 หน่วยงานหลักบริการเชิงรุกคนไทยในมาเลเซีย







ชายแดนใต้ ๐ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมือง โกตาบารู จับมือ ศอ.บต. ขนทัพ 5 หน่วยงานหลัก เปิดให้บริการเชิงรุกแก่ประชาชน พร้อมค้นหาคนไทยไร้สัญชาติที่ตกหล่นในรัฐกลันตัน

8 พฤษภาคม 2567  -  สถานกงสุลใหญ่ ณ เมือง โกตาบารู ประเทศมาเลเซีย ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดกิจกรรมการแก้ไขปัญหาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ร่วมกับโครงการกงสุลสัญจร โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยนายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู นางสาว ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมพบปะประชาชนที่เดินทางมารับบริการเป็นจำนวนมาก ณ วัดกง แยะ สุ่ย (Shui Yui Gong) อำเภอกัวมูซัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ภายในงานมีการให้บริการเชิงรุกประกอบด้วย การทำหนังสือเดินทาง การรับจดทะเบียนสูติบัตร-มรณบัตร การรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตรวจ สารพันธุกรรม DNA เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ตกหล่นทางทะเบียนราษฎรในมาเลเซีย 




ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์รวมถึงตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่คนไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก สสจ.นราธิวาสและศูนย์อนามันที่ 12 ยะลา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 9 และงานทะเบียน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมให้บริการ

พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ใด หน่วยงานภาครัฐจะเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนที่ไม่เคยได้รับโอกาสให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่กฏหมายกำหนดได้

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมกงสุลสัญจรจะมีกำหนดจัดขึ้น ณ สถานกงสุลใหญ่ เมืองโกตาบารู ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 28 - 29 พฤษภาคม 2567 เพื่อดำเนินการตรวจสารพันธุกรรม DNA และคัดกรองบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร ในประเทศมาเลเซียต่อไป

###







จังหวัดสงขลาเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์






ทีมข่าวชายแดนใต้ จังหวัดสงขลาประชุมคณะทำงานรอบสุดท้าย ติดตามความคืบหน้าการอำนวยความสะดวก ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ เริ่มต้นในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดข้องต่อประชาชน

2 พฤษภาคม 2567 - จังหวัดสงขลาประชุมคณะทำงานประจำศูนย์อำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ในเทศกาลฮัจญ์ประจำปี 2567 (ฮิจเราะห์ศักราช 1445) รอบสุดท้าย ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และเกิดผลกระทบในการเดินทางน้อยที่สุด โดยมีนายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุม 

พร้อมด้วยนายรอมดอน หะยีอาแว ผู้ช่วยเลขาธิการส่วนอำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กรมการปกครอง) ศอ.บต. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม




ในที่ประชุม นายเศวตได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ รวมถึงผู้ที่เดินทางมาส่งครอบครัวและญาติ เพื่อจะได้ไม่ให้เกิดความขัดข้องและวุ่นวายในทุกกระบวนการต่อประชาชน

โดยเฉพาะในส่วนของความปลอดภัย แต่ตอนนี้ทุกอย่างจะต้องอยู่ภายใต้ของกฎกติกาและระเบียบการเคร่งครัด

สำหรับในปีนี้มีผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ จำนวนทั้งสิ้น 7,738 คน โดยข้อมูลตารางการบินที่จะอำนวยความสะดวกทั้งหมด 2 สายการบิน ได้แก่ 

สายการบินไทยและสายการบินฟายอะเดลของซาอุดีอาระเบีย โดยการบินไทยเที่ยวบินขาไปจำนวน 9 เที่ยว ระหว่างวันที่ 9-13 พฤษภาคม 2567 ขากลับจำนวน 9 เที่ยว ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2567 

และสายการบินฟายอะเดลเที่ยวบินจำนวน 5 เที่ยว ช่วงต้น ระหว่างวันที่ 23-30 มิถุนายน 2567 และขากลับจำนวน 5 เที่ยว ช่วงปลาย ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 โดยเริ่มเที่ยวบินปฐมฤกษ์ 9 พฤษภาคม 2567 นี้ เวลา 08.30 น.




จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของสถานที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ พร้อมได้เน้นย้ำให้ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้แสวงบุญให้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ตลอดจนดูแล รักษาสุขภาพให้แข็งแรงก่อนออกเดินทาง

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือผู้โดยสารที่เดินทางเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศควรเผื่อเวลาก่อนการเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัด

###




ศอ.บต.เชิญทูตกลุ่มประเทศมุสลิมลงชายแดนใต้ 11-13 มิ.ย.นี้




ทีมข่าวชายแดนใต้ ศอ.บต. ร่วมกับ กต. และหน่วยราชการส่วนกลางและในพื้นที่ เตรียมเชิญทูตประเทศสมาชิก OIC ลงชายแดนใต้ มิ.ย. นี้ เพื่อสร้างความเข้าใจสถานการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ สู่สายตาชาวโลก

1 พฤษภาคม 2567 - ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้าใจและสานสัมพันธ์คณะทูตกลุ่มประเทศโลกมุสลิม ประจำปี 2567 ซึ่งจะมีการเชิญเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่เป็นสมาชิกกลุ่มประเทศมุสลิม หรือ OIC ที่ประจำการในประเทศไทย พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตไทยที่ประจำการในต่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายน 2567 โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานการประชุม




เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อสรุปภาพรวมให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจ เพราะการต้อนรับเอกอัครราชทูตประเทศโลกมุสลิม เป็นงานสำคัญในระดับภาค ท้องถิ่นและระดับโลกมุสลิม ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับประโยชน์มากที่สุด

จะเป็นการสื่อสารแบบ two-way communication โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการศึกษา ซึ่งคณะที่จะเดินทางมาในพื้นที่ในครั้งนี้อนุมานได้ว่ามีบทบาทต่อความคิดต่อประเทศโลกมุสลิม 




ดังนั้น รัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของการลงทุน พร้อมนำเสนอความสามารถและศักยภาพของพื้นที่ให้คณะได้เห็น เพื่อเป็นโอกาสที่ดีแก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมกำหนดให้คณะเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิก OIC เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เยี่ยมชมสถานที่สำคัญในทั้ง 3 จังหวัด 

พร้อมเปิดโอกาสให้นักธุรกิจและวิสาหกิจชุมชน ได้ร่วมพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนแนวความคิด ต่อยอดสู่การลงทุนในอนาคตกับประเทศโลกมุสลิมอีกด้วย

###