
๐ ชีวิตและสิ่งแวดล้อม - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเปิดปฏิบัติการโดรนกู้ชีพเร่งช่วยพะยูนติดเชือกจากเครื่องมือประมง พันรัดโคนครีบอกทั้งสองข้างจนเกิดแผลบาดลึก บริเวณใกล้เกาะลิบง จ.ตรัง แต่ล่าสุดยังแข็งแรง และหากินได้ปกติ
17 กุมภาพันธ์ 2569 - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) ร่วมกับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ได้ออกปฏิบัติงานสำรวจติดตามค้นหาพะยูนมีชีวิตถูกเชือกจากเครื่องมือประมงพันรัดบริเวณครีบอก ที่บริเวณแหลมจูโหย หาดตูบ เกาะลิบง จังหวัดตรัง
หลังจากที่นายชุติพงค์ พลวัฒน์ หัวหน้าศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนกู้ชีพ ออกทำการสำรวจพะยูนตามแผนปฎิบัติงาน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พบพะยูนในบริเวณใกล้เกาะลิบง รวม 8 ตัว โดยมีอยู่ตัวหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บ มีร่องรอยเชือกบาดลึกบริเวณโคนครีบอกทั้งสองข้าง แผลมีลักษณะนูน คาดถูกพันรัดมาเป็นเวลานานแล้ว
แต่จากการสังเกตผ่านทางอากาศพบว่า พะยูนยังคงว่ายน้ำ ดำน้ำ และกินอาหารได้ตามปกติ ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ (BCS 3/5) อัตราการหายใจอยู่ที่ 2 ครั้งต่อ 5 นาที เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือและนำเชือกออกโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของพะยูนตัวดังกล่าว
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ ศวอล.ได้นำโดรนกู้ชีพขึ้นบินสำรวจพะยูนอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อ่าวบ้านพร้าว ถึงแหลมจูโหย จังหวัดตรัง โดยได้พบพะยูนตัวที่ประสบเหตุ บริเวณแหลมจูโหย ทางทิศตะวันออกของเกาะลิบง อาศัยอยู่กับพบพะยูนตัวอื่นๆ อีก 12 ตัว
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ ศวอล.ได้นำโดรนกู้ชีพขึ้นบินสำรวจพะยูนอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อ่าวบ้านพร้าว ถึงแหลมจูโหย จังหวัดตรัง โดยได้พบพะยูนตัวที่ประสบเหตุ บริเวณแหลมจูโหย ทางทิศตะวันออกของเกาะลิบง อาศัยอยู่กับพบพะยูนตัวอื่นๆ อีก 12 ตัว
พะยูนที่บาดเจ็บตัวนี้ยังคงมีเชือกจากเครื่องมือประมง พันรัดบริเวณโคนครีบอกทั้งสองข้าง จนเกิดแผลบาดลึก ขอบแผลนูน และพบปมเชือกยาวต่อเนื่องไปจนถึงส่วนท้ายของลำตัว
ขณะที่ผลการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้นผ่านกล้องความละเอียดสูงบนโดรน พบว่า พะยูนที่บาดเจ็บตัวนี้ยังว่ายน้ำ ดำน้ำ และกินอาหารได้ตามปกติ ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ อัตราการหายใจอยู่ที่ 2 ครั้งต่อ 5 นาที
ขณะที่ผลการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้นผ่านกล้องความละเอียดสูงบนโดรน พบว่า พะยูนที่บาดเจ็บตัวนี้ยังว่ายน้ำ ดำน้ำ และกินอาหารได้ตามปกติ ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ อัตราการหายใจอยู่ที่ 2 ครั้งต่อ 5 นาที
ส่วนการตอบสนอง มีสัญชาตญาณระแวดระวังสูง โดยจะว่ายหนีเข้าสู่ร่องน้ำลึกทันทีเมื่อมีเรือเข้าใกล้ในระยะ 150 เมตร
เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายชุมชนในพื้นที่เกาะลิบง เพื่อปรับยุทธวิธีในการเข้าประชิดตัวและตัดเชือกออก โดยให้เกิดผลกระทบต่อตัวพะยูนน้อยที่สุด


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น