
ภายในประเทศ: ผู้ว่าฯ สงขลาสั่งบุกตรวจสอบบริษัทโลจิสติกส์สัญชาติมาเลเซียใน อ.สะเดาซ้ำอีกครั้ง หลังฝ่ายปกครอง-ตำรวจยืนยันว่ามีใบอนุญาตถูกต้อง พบลักลอบน้ำเข้าน้ำมันเถื่อน กักตุนน้ำมันดีเซลกว่า 100,000 ลิตรโดยไร้ใบอนุญาต คาดใช้วิธีนำรถหัวลากไปเติมน้ำมันจากฝั่งมาเลเซียก่อนปรับราคา แล้วนำมาถ่ายเก็บไว้ใช้เอง จี้ขยายผลตรวจค้นบริษัทโลจิสติกส์อื่นๆ ทั่วจังหวัด อาจเข้าข่ายกระทำผิด
4 เมษายน 2569 - มีรายงานว่า จากการที่ประชาชนใน อ.สะเดา จ.สงขลา ได้โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า มีผู้ประกอบการขนส่งที่เป็นชาวมาเลเซีย ซึ่งมีลานจอดรถเทรลเลอร์ วิ่งระหว่างไทย-มาเลเซีย ที่ถนนกาญจนวณิชย์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอและ สภ.สะเดาประมาณ 1 กิโลเมตร กักตุนน้ำมันไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่เข้าตรวจสอบและแจ้งให้ฝ่ายปกครองและตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยตัวแทนของฝ่ายปกครองและตำรวจยืนยันว่า เจ้าของบริษัทดังกล่าวมีใบอนุญาตกักเก็บน้ำมันถูกต้อง ทำให้ทหารชุดดังกล่าว ถอนกำลังกลับ
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ. สงขลา หลังได้รับรายงานดังกล่าว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งพลังงานจังหวัด นายอำเภอสะเดา ผกก.สภ.สะเดา ศุลการกร สรรพสามิต และตำรวจ ปนม.ภ.9 เข้าตรวจสอบ ลานจดรถบรรทุกระหว่างประเทศของบริษัทอินเตอร์ เอเซียโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นของชาวมาเลเซีย เชื้อสายจีน ที่เข้ามาตั้งบริษัทอยู่ใน อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ถนนกาญจนวณิชย์ เทศบาลเมืองสะเดา อีกครั้ง โดยพบว่า มีการกักเก็บน้ำมันดีเซล จำนวน 100,000 ลิตร ในถังใต้ดิน 50,000 ลิตร และถังบนดิน ถังละ 1000 ลิตร อีก35 ถัง
“ผู้รับผิดชอบสถานที่ดังกล่าวไม่สามารถนำหลักฐานมายืนยันว่ามีการขออนุญาตเก็บกักน้ำมันอย่างถูกต้อง และไม่มีที่มาที่ไปของน้ำมันดังกล่าวว่าสั่งซื้อจากบริษัทไหน เมื่อไหร่ ปนม.ตร.ภาค 9 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ดูแลบริษัทดังกล่าวรวมทั้งเจ้าของบริษัทดังนี้ ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้เอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพิลิง พ.ศ. 2543 คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน จึงทำการเก็บตัวอย่างและส่งตรวจ โดยกรมธุรกิจพลังงาน หากพบว่าน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพไม่เป็นไปตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด จะแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวต่อไป”
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับน้ำมันที่ตรวจพบทั้งหมด จากการสืบสวนในเชิงลึก ทราบว่า บริษัทดังกล่าวได้ให้รถหัวลากทั้งหมดของบริษัทเติมน้ำมันจากประเทศมาเลเซีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศขึ้นราคาน้ำมัน และนำน้ำมันที่เติมมาจากประเทศมาเลเซียมาถ่ายลงถังเพื่อกักตุนเอาไว้ใช้ในกิจการขนส่งของบริษัท สำหรับใน อ.สะเดาและ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งนี้ บริษัทโลจิสติกส์ ที่เป็นของคนมาเลเซีย เชื้อสายจีน ทุกบริษัทจะทำแบบเดียวกัน ถือเป็นการลักลอบนำน้ำมันเข้ามาจากมาเลเซียมากักตุนในถังใต้ดินและบนดิน
ดังนั้น จังหวัดสงขลาต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจบริษัทโลจิสติกส์ทุกแห่ง เพราะบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ทำผิดแค่ไม่มีใบอนุญาตในการกักเก็บน้ำมันเท่านั้น แต่ยังมีความผิดในข้อหาครอบครองน้ำมันเถื่อน ที่ไม่มีการเสียภาษีนำเข้าประเทศด้วย



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น