Latest Posts
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรรคประชาชาติ แสดงบทความทั้งหมด

‘พ.ต.อ.ทวี ’ ชูโมเดล ‘เขตภาษีต่ำ’ ดึงเงินแสนล้าน-ปั้นพรรคประชาชาติเป็นมรดกคนพื้นที่





18 มกราคม 2569 - ที่โรงแรมยะลารามา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยนายสุไลมาน บือแนปีแน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ยะลา เบอร์ 3, พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล และ นายธนาธิป พรหมชื่น (กำนันเพื่อน) ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ร่วมเวทีพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนและกลุ่มนักธุรกิจในพื้นที่ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจทั้งในมิติการสร้างสถาบันการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง

พ.ต.อ.ทวีเริ่มต้นด้วยการย้ำถึงอัตลักษณ์ของพรรคประชาชาติว่า ไม่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการรวมตัวของประชาชนหลากหลายอาชีพ ทั้งอดีตข้าราชการ ตำรวจ และนักวิชาการ โดยมีเป้าหมายให้เป็น "มรดกทางการเมือง" ของคนทุกกลุ่มในพื้นที่ ทั้งชาวไทยพุทธ มุสลิม และไทยเชื้อสายจีน

พ.ต.อ.ทวีกล่าวชื่นชม นายสุไลมาน บือแนปีแน ผู้สมัครเขต 1 ว่าเป็นคนที่มีความทุ่มเท ตลอดระยะเวลาที่เป็น ส.ส. กว่า 2 ปีเศษ ไม่เคยหยิบยกเรื่องส่วนตัวมาพูดในสภา แต่เน้นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนและปัญหาน้ำท่วมเป็นสำคัญ

ประเด็นไฮไลท์สำคัญคือการนำเสนอโมเดลแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี ระบุว่าต้อง "คิดนอกกรอบ" เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) รูปแบบเดิมตลอด 22 ปีที่ผ่านมาอาจยังไม่ตอบโจทย์ โดยพรรคมีข้อเสนอเชิงโครงสร้าง เขตปลอดภาษี ผลักดันให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตปลอดภาษี โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อทำให้ราคาน้ำมันลดลงเหลือประมาณลิตรละ 20 บาท เพื่อลดต้นทุนการผลิตและขนส่งและ เสนอให้ลด VAT จาก 7% เหลือเพียง 2% สำหรับพื้นที่พิเศษ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและจูงใจนักลงทุน


การบริหารจัดการพลังงาน นั้นพ.ต.อ.ได้ ระบุว่า ต้นทุนไฟฟ้าจริงอยู่ที่ 1.70 บาทต่อหน่วย เตรียมใช้กฎหมาย ศอ.บต. เข้ามาบริหารจัดการให้คนในพื้นที่ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาถูกลง และเชื่อมโยงภูมิภาคโดยการนำโมเดลการพัฒนาเมืองจากประเทศจีนมาปรับใช้ โดยเชื่อมโยงโครงข่าย ปัตตานี-ยะลา ไปสู่ท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเชื่อว่าจะดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าพื้นที่ได้นับแสนล้านบาท

ในมิติด้านวัฒนธรรม พ.ต.อ.ทวี ย้ำถึงความภูมิใจที่พรรคประชาชาติสามารถผลักดันให้ "วันตรุษจีน" เป็นวันหยุดราชการใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สำเร็จ รวมถึงการส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐอย่าง ศอ.บต. ใช้ภาษาจีนในป้ายประกาศเพื่อการสื่อสารที่ครอบคลุม

สำหรับการเมืองภาพใหญ่ พ.ต.อ.ทวี ชี้ให้เห็นว่าแม้ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคจะได้ ส.ส. 9 คน แต่ก็ได้พิสูจน์บทบาทผ่านตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) และตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมฝากหมายเลข 3 สำหรับ ส.ส.เขต 1 ยะลา และหมายเลข 33 สำหรับบัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติไว้กับชาวจังหวัดยะลา

"พ.ต.อ.ทวี "ชี้ ดับไฟใต้ ชูเขตเศรษฐกิจพิเศษ-น้ำมันภาษีศูนย์- ดึงเม็ดเงินคืนถิ่น





๐ ชายแดนใต้ - "พรรคประชาชาติ" เปิดเวทีระดมสมองนักธุรกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โชว์โมเดล "Grouping-Coaching-Upgrading" หวังปั้นเขตเศรษฐกิจพิเศษ-ฮับฮาลาล ด้านภาคเอกชนสะท้อนภาพจริงงบดับไฟใต้ 20 ปีไม่ถึงมือชาวบ้าน ทวี สอดส่อง ย้ำ "ความยุติธรรมคือต้นทุนที่ถูกที่สุด" เตรียมใช้หลักนิติธรรมดึงดูดการลงทุน

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิทยา พานิชพงศ์ พลตำรวจตรีไมตรี สันตยากุล และทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่รับฟังข้อเสนอจากเครือข่ายนักธุรกิจและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะในการจัดทำนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ในการหารือครั้งนี้ ตัวแทนเครือข่ายนักธุรกิจได้นำเสนอทางออกเพื่อแก้ปัญหา "รวยทรัพยากรแต่ยากจนรายได้" โดยเสนอให้พรรคประชาชาติผลักดันยุทธศาสตร์การยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่น ยางพารา, ผลไม้, อาหารทะเล ผ่าน 3 กลไกหลัก 

1. Grouping (การจัดหมวดหมู่) จำแนกศักยภาพเชิงพื้นที่ (Zoning) ของวัตถุดิบเพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มที่แข็งแกร่ง

2. Coaching (การสร้างเครือข่ายพี่เลี้ยง) เชื่อมโยงผู้ผลิตรายย่อยเข้ากับผู้เชี่ยวชาญและแหล่งเงินทุน ลดช่องว่างการเข้าถึงโอกาส

3. Upgrading (การยกระดับมาตรฐาน) ปรับจูนสินค้าจาก "ระดับชุมชน" สู่ "มาตรฐานสากล" เพื่อรองรับตลาดฮาลาลโลก

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอให้จัดตั้ง "ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพชั้นสูง" เพื่อเปลี่ยนแรงงานภาคเกษตรให้เป็นแรงงานฝีมือ (Skill Labor) รองรับการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษฮาลาล ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการย้ายถิ่นฐานของคนหนุ่มสาวในพื้นที่

ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนรายหนึ่งระบุในเวทีว่า ตลอด 2 ทศวรรษของสถานการณ์ความไม่สงบ แม้รัฐจะทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อ "ดับไฟใต้" แต่ผลลัพธ์ในมิติเศรษฐกิจกลับสวนทาง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ยังคงติดอันดับจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุดในประเทศ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้กล่าวระหว่างพบปะอย่างมีความมุ่งหวังจะเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก

1. เขตเศรษฐกิจพิเศษ "ฮาลาล-ซะกาต" พ.ต.อ. ทวี เสนอให้มีการยกระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ที่มีระบบกฎหมายเฉพาะตัว ไม่ใช่เพียงการลดภาษีทั่วไป แต่ต้องดึงอัตลักษณ์ทางศาสนามาเป็นแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เช่น
• การจัดวางระบบบริหารจัดการ "ซะกาต" (การบริจาคตามหลักศาสนา) ให้เป็นระบบเพื่อนำมาใช้ในการสวัสดิการสังคม
• การผลักดัน อุตสาหกรรมฮาลาล เต็มรูปแบบ โดยยกโมเดลความสำเร็จของ "ปัตตานี เอฟซี" ที่กระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยวในพื้นที่

2. มาตรการภาษี "น้ำมันศูนย์บาท" และ VAT ท้องถิ่น ประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือการเสนอให้ ยกเว้นหรือลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในพื้นที่ให้เป็นศูนย์ เพื่อให้ราคาน้ำมันใน 3 จังหวัดใกล้เคียงกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพอย่างมหาศาล รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้รายได้ตกอยู่กับท้องถิ่นโดยตรง เพื่อนำมาพัฒนาจังหวัดแทนการส่งเข้าส่วนกลางทั้งหมด

3. ดึง "คนไทยในมาเลย์" กลับบ้าน สร้างความมั่งคั่งในถิ่นเกิด หัวหน้าพรรคประชาชาติชี้ให้เห็นว่า "ผู้ที่ต่อสู้และอยู่ในพื้นที่จริงคือคนในพื้นที่" จึงเสนอมาตรการดึงดูดคนไทยที่หนีปัญหาความยากจนไปทำงานในมาเลเซีย ให้กลับมาลงทุนในไทย โดยรัฐต้องประกันความปลอดภัยและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เขารู้สึกว่า "อยู่บ้านก็รวยได้"

4. พลังงานราคาถูก ดึงดูด Tech Company เพื่อแก้ปัญหาจังหวัดที่ยากจนที่สุด นราธิวาส-ปัตตานี พ.ต.อ. ทวี เสนอให้มีการอนุมัติโครงการไฟฟ้าและพลังงานในพื้นที่เป็นการเฉพาะ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ หวังดึงดูดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีให้เข้ามาตั้งฐานการผลิต ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Drop-out) ผ่านการสร้างงานในพื้นที่

5. กฎหมายสันติภาพ คุ้มครองการพูดคุยในประเทศ ในมิติความมั่นคง มีข้อเสนอให้ตรากฎหมายรองรับ "กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ" เพื่อให้การเจรจาสามารถทำได้ภายในประเทศอย่างเปิดเผยและปลอดภัย ไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำว่า "ยาเสพติดไม่กลัวทหาร แต่กลัวครอบครัวที่อบอุ่น" จึงเสนอเงินสนับสนุนครอบครัว หากดูแลสมาชิกไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

หัวหน้าพรรคประชาชาติชูธง ‘พหุวัฒนธรรม-กระจายอำนาจ’ คือหลักชัยชายแดนใต้ ลั่นพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง





๐ การเมือง - พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี ชูธง ‘พหุวัฒนธรรม-กระจายอำนาจ’ คือหลักชัย ชายแดนใต้ ลั่นพรรคประชาชาติพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง

3 พฤศจิกายน 2568 - พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางเยือนพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เพื่อเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีทอดกฐินสามัคคีประจำปี ณ วัดวงกตบรรพต หรือวัดตาชี โดยมีพระครูบรรพตธรรมรัตน์ (ท่านทอน) เจ้าอาวาสวัดวงกตบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและความร่วมมือจากคณะผู้บริหารพรรค เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนอย่างเนืองแน่น พิธีนี้ไม่เพียงแต่เป็นงานบุญใหญ่ แต่ยังเป็นเวทีตอกย้ำถึงหลักการอยู่ร่วมกันภายใต้ร่มเงาพหุวัฒนธรรม และจุดยืนของพรรคในการมุ่งมั่นกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

นอกจากนี้ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ได้ร่วมพิธี นั่งสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งถือเป็นมิติแห่งการแสดงความจงรักภักดี และการยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญต่อศาสนา

นอกจากนี้ ในโอกาสของการลงพื้นที่ พ.ต.อ.ยังได้เข้า พบปะและให้กำลังใจพระมานพ มหาวิโร เจ้าอาวาสวัดเกาะอภินิหาร หรือวัดกุหร่า (ร้าง) ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจจากการยิงสามเณรเมื่อเดือนเมษายน 2565 การกระทำนี้เป็นการตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทางจิตใจและขวัญกำลังใจของคณะสงฆ์ในพื้นที่ที่มีความเปราะบางด้านความมั่นคง

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ได้กล่าวถึงประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ว่างานบุญในครั้งนี้คือภาพสะท้อนอันงดงามของสังคมพหุวัฒนธรรม

“วันนี้ก็มาเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากสามจังหวัดเราเป็นพื้นที่ พหุวัฒนธรรม ในช่วงเดือนนี้เป็นเดือนของการทอดกฐิน ซึ่งแม้ว่าเราจะมีผู้สมัครหรือมี สส. เป็นมุสลิมก็ตาม แต่ในกลุ่มสมาชิกของเราที่เป็นพุทธก็ประสานกับผู้สมัครที่เป็น ส.ส. ว่าอยากจะขอให้มาร่วม ซึ่งในพรรคประชาชาติ เราให้ความสำคัญเรื่องวัฒนธรรม เรื่องศาสนา เรื่องการอยู่ร่วมกัน ซึ่งในการอยู่ร่วมกันคือการ เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน”

พร้อมได้เน้นย้ำถึงภาพความร่วมมืออันน่าประทับใจ โดยระบุว่า แม้จะมีผู้สมัครหรือ สส. ของพรรคเป็นมุสลิม แต่ก็ได้มีการประสานงานให้เข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่ได้ร่วมในพิธีทางศาสนา ซึ่งเป็นการแสดงถึงการทำงานร่วมกันภายใต้หลักการเคารพซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังชื่นชม พี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในงาน โดยการเข้ามาช่วยในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดเตรียมอาหาร ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจและความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างพี่น้องในพื้นที่อย่างพหุวัฒนธรรม นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวถึงความเก่าแก่ของวัดในพื้นที่ ซึ่งบางแห่งมีอายุยาวนานเกือบ 200 ปี

หัวหน้าพรรคประชาชาติได้ใช้โอกาสนี้ในการตอกย้ำจุดยืนและอัตลักษณ์ของพรรคที่พร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง โดยเน้นหนักที่การทำงานเพื่อท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“พรรคประชาชาติ เป็นพรรคการเมือง แม้จะมองเป็นพรรคของคนทั้งประเทศก็ตาม แต่ว่าเราเป็นพรรคที่มีความเข้มแข็งเรื่อง การกระจายอำนาจ เรื่องการให้ความสำคัญกับ ท้องถิ่น เราเป็นพรรคที่เราอยากเห็น ชุมชนประสบความสำเร็จ ดังนั้นสมาชิกของพรรค เวลาลงในพื้นที่ ก็ต้องเข้าไปในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งเป็น เป็นอัตลักษณ์ที่ดี”

พร้อมกันนี้ พ.ต.อ. ทวี ยืนยันถึงความพร้อมของพรรคและจุดยืนในการรักษาความดีงามของสังคม โดยมีบุคลากรที่บริสุทธิ์

“พรรคประชาชาติพร้อม ถ้ามีการเลือกตั้ง พร้อม แล้วเราก็เป็นพรรคการเมืองที่เราสามารถที่จะมองหน้ากับคนได้ เพราะว่า สิ่งที่จะมาทำลายวัฒนธรรมที่ดี ก็คือ ยาเสพติด หรือเป็นอบายมุขต่าง ๆ หรือสิ่งที่เป็นการพนันต่าง ๆ ซึ่งพรรคประชาชาติเรา จะมีบุคลากรที่เราจะไม่มีประวัติด้านพวกนี้ เราไม่ได้มองแค่ตัวผู้สมัครเขาดีอย่างเดียว เราต้อง รักษาสังคมให้สังคมดี ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นโอกาสของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพรรคเรา เราได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว”

............................

“ทวี” ชู 6 ปีพรรคประชาชาติทำงานเพื่อประชาชน ขออยู่อย่างยั่งยืนบนอุดมการณ์และเติบโตไปข้างหน้า






การเมือง - "ทวี สอดส่อง" ชู 6 ปีพรรคประชาชาติกับการรวมตัว เติบโต ทำงานการเมืองบนอุดมการณ์พหุวัฒนธรรม เป็นรัฐบาลที่รับใช้ประชาชน ประกาศตัวขอเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

21 เมษายน 2567  ที่โรงแรมอัลมีรอซ กรุงเทพฯ พรรคประชาชาติจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวบนเวทีก่อนเริ่มการประชุมของพรรคว่า พรรคประชาขาติเคยถูกคำถามด้อยค่าว่า เหตุใดพรรคจึงต้องเปิดตัวที่ จ.ปัตตานี แต่เพราะที่ จ.ปัตตานีคือปลายด้ามขวาน เคยเป็นดินแดนที่เคยรุ่งเรือง เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นแล้วถึงความรุ่งเรืองของพรรคประชาชาติ เช่น ในระบอบประชาธิปไตยที่มี 3 เสาหลักทางการเมือง ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หนึ่งในสมาชิกพรรคได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า พรรคประชาชาติทำงานด้วยอุดมการณ์เดียวกัน คือ พรรคประชาชาติเป็นชาติของประชาชน เป็นชาติพหุวัฒนธรรม เป็นความมั่นคงของประชาชน เพราะทุกวัฒนธรรมล้วนมีเกียรติ ซึ่งหากเราต้องการได้รับเกียรติจากคนอื่น เราก็ต้องให้เกียรติคนอื่นด้วย อีกทั้งยังเป็นการรวมตัวจากความรัก เช่นเดียวกับการรวมตัวกันเป็นครอบครัว ที่เกิดจากความรักของพ่อแม่ มีความศรัทธา ไม่ได้หวังผลประโยชน์ และขอยืนยันว่า เราจะอยู่อย่างยั่งยืนบนอุดมการณ์และเติบโตไปข้างหน้า

"ผมดีใจกับการเติบโตใน 6 ปีที่ผ่านมา จุดเปลี่ยนของพรรคอยู่ที่อุดมการณ์ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าพรรคการเมืองใดๆ ที่ยึดถือให้ประชาชน ไม่ใช้ผู้รับใช้รัฐบาล แต่รัฐบาลต้องเป็งฝ่ายรับใช้ประชาชน" หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าว

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า หากจะถามถึงการปรับ ครม. แล้วพรรคประชาชาติอยากได้อะไร ก็ต้องบอกว่า เราอยากได้รัฐมนตรี 2 คน ซึ่งเราไม่ควร แต่ควรใข้ศักยภาพของพรรค ส่วนตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็แค่ทำหน้าที่ในการ 3 เรื่องหลัก 1.หลักสิทธิมนุษยชน 2.หลักประชาธิปไตย และ 3.หลักนิติธรรม ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ บทบาท ตามหลักศาสนาอิสลาม คือ การเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งถือเป็นอุดมการณ์ของพรรคประชาชาติด้วย




# # #




“ทวี สอดส่อง” ร่วมงานเลี้ยงละศีลอด รอมฎอน ฮ.ศ. 1445






21 มีนาคม 2567 - เวลา 19.30 น. ณ โรงแรมอัล มีรอซ กรุงเทพ ถนนรามคำแหง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ร่วมงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน ปี ฮ.ศ. 1445 โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพ

นอกจากนี้ เพจ “ประชาชน ประชาชาติ” ได้เผยแพร่เนื้อหาคำอวยพรของ พ.ต.อ.ทวีว่า “เนื่องในโอกาสเข้าสู่เดือนรอมฎอนปีนี้ ปี 2567 ตรงกับปีฮิจเราะห์ศักราช 1445 ขอส่งความปรารถนาดีถึงพี่น้องมุสลิม ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่เข้มแข็ง มั่นคงต่อการประกอบอิบาดะห์ในเดือนอันประเสริฐนี้และขอให้เป็นเดือนรอมฏอนที่มีความสุขความอบอุ่นจากครอบครัวญาติพี่น้อง ขอให้ท่านได้รับพรอันประเสริฐ จากเอกองค์อัลลอฮฺ”