
๐ ชายแดนใต้ - "พรรคประชาชาติ" เปิดเวทีระดมสมองนักธุรกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โชว์โมเดล "Grouping-Coaching-Upgrading" หวังปั้นเขตเศรษฐกิจพิเศษ-ฮับฮาลาล ด้านภาคเอกชนสะท้อนภาพจริงงบดับไฟใต้ 20 ปีไม่ถึงมือชาวบ้าน ทวี สอดส่อง ย้ำ "ความยุติธรรมคือต้นทุนที่ถูกที่สุด" เตรียมใช้หลักนิติธรรมดึงดูดการลงทุน
พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิทยา พานิชพงศ์ พลตำรวจตรีไมตรี สันตยากุล และทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่รับฟังข้อเสนอจากเครือข่ายนักธุรกิจและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะในการจัดทำนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ในการหารือครั้งนี้ ตัวแทนเครือข่ายนักธุรกิจได้นำเสนอทางออกเพื่อแก้ปัญหา "รวยทรัพยากรแต่ยากจนรายได้" โดยเสนอให้พรรคประชาชาติผลักดันยุทธศาสตร์การยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่น ยางพารา, ผลไม้, อาหารทะเล ผ่าน 3 กลไกหลัก
1. Grouping (การจัดหมวดหมู่) จำแนกศักยภาพเชิงพื้นที่ (Zoning) ของวัตถุดิบเพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มที่แข็งแกร่ง
2. Coaching (การสร้างเครือข่ายพี่เลี้ยง) เชื่อมโยงผู้ผลิตรายย่อยเข้ากับผู้เชี่ยวชาญและแหล่งเงินทุน ลดช่องว่างการเข้าถึงโอกาส
3. Upgrading (การยกระดับมาตรฐาน) ปรับจูนสินค้าจาก "ระดับชุมชน" สู่ "มาตรฐานสากล" เพื่อรองรับตลาดฮาลาลโลก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอให้จัดตั้ง "ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพชั้นสูง" เพื่อเปลี่ยนแรงงานภาคเกษตรให้เป็นแรงงานฝีมือ (Skill Labor) รองรับการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษฮาลาล ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการย้ายถิ่นฐานของคนหนุ่มสาวในพื้นที่
ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนรายหนึ่งระบุในเวทีว่า ตลอด 2 ทศวรรษของสถานการณ์ความไม่สงบ แม้รัฐจะทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อ "ดับไฟใต้" แต่ผลลัพธ์ในมิติเศรษฐกิจกลับสวนทาง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ยังคงติดอันดับจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุดในประเทศ
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้กล่าวระหว่างพบปะอย่างมีความมุ่งหวังจะเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก
1. เขตเศรษฐกิจพิเศษ "ฮาลาล-ซะกาต" พ.ต.อ. ทวี เสนอให้มีการยกระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ที่มีระบบกฎหมายเฉพาะตัว ไม่ใช่เพียงการลดภาษีทั่วไป แต่ต้องดึงอัตลักษณ์ทางศาสนามาเป็นแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เช่น
• การจัดวางระบบบริหารจัดการ "ซะกาต" (การบริจาคตามหลักศาสนา) ให้เป็นระบบเพื่อนำมาใช้ในการสวัสดิการสังคม
• การผลักดัน อุตสาหกรรมฮาลาล เต็มรูปแบบ โดยยกโมเดลความสำเร็จของ "ปัตตานี เอฟซี" ที่กระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยวในพื้นที่
2. มาตรการภาษี "น้ำมันศูนย์บาท" และ VAT ท้องถิ่น ประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือการเสนอให้ ยกเว้นหรือลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในพื้นที่ให้เป็นศูนย์ เพื่อให้ราคาน้ำมันใน 3 จังหวัดใกล้เคียงกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพอย่างมหาศาล รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้รายได้ตกอยู่กับท้องถิ่นโดยตรง เพื่อนำมาพัฒนาจังหวัดแทนการส่งเข้าส่วนกลางทั้งหมด
3. ดึง "คนไทยในมาเลย์" กลับบ้าน สร้างความมั่งคั่งในถิ่นเกิด หัวหน้าพรรคประชาชาติชี้ให้เห็นว่า "ผู้ที่ต่อสู้และอยู่ในพื้นที่จริงคือคนในพื้นที่" จึงเสนอมาตรการดึงดูดคนไทยที่หนีปัญหาความยากจนไปทำงานในมาเลเซีย ให้กลับมาลงทุนในไทย โดยรัฐต้องประกันความปลอดภัยและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เขารู้สึกว่า "อยู่บ้านก็รวยได้"
4. พลังงานราคาถูก ดึงดูด Tech Company เพื่อแก้ปัญหาจังหวัดที่ยากจนที่สุด นราธิวาส-ปัตตานี พ.ต.อ. ทวี เสนอให้มีการอนุมัติโครงการไฟฟ้าและพลังงานในพื้นที่เป็นการเฉพาะ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ หวังดึงดูดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีให้เข้ามาตั้งฐานการผลิต ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Drop-out) ผ่านการสร้างงานในพื้นที่
5. กฎหมายสันติภาพ คุ้มครองการพูดคุยในประเทศ ในมิติความมั่นคง มีข้อเสนอให้ตรากฎหมายรองรับ "กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ" เพื่อให้การเจรจาสามารถทำได้ภายในประเทศอย่างเปิดเผยและปลอดภัย ไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำว่า "ยาเสพติดไม่กลัวทหาร แต่กลัวครอบครัวที่อบอุ่น" จึงเสนอเงินสนับสนุนครอบครัว หากดูแลสมาชิกไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

๐ การเมือง - พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี ชูธง ‘พหุวัฒนธรรม-กระจายอำนาจ’ คือหลักชัย ชายแดนใต้ ลั่นพรรคประชาชาติพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง
3 พฤศจิกายน 2568 - พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางเยือนพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เพื่อเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีทอดกฐินสามัคคีประจำปี ณ วัดวงกตบรรพต หรือวัดตาชี โดยมีพระครูบรรพตธรรมรัตน์ (ท่านทอน) เจ้าอาวาสวัดวงกตบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและความร่วมมือจากคณะผู้บริหารพรรค เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนอย่างเนืองแน่น พิธีนี้ไม่เพียงแต่เป็นงานบุญใหญ่ แต่ยังเป็นเวทีตอกย้ำถึงหลักการอยู่ร่วมกันภายใต้ร่มเงาพหุวัฒนธรรม และจุดยืนของพรรคในการมุ่งมั่นกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
นอกจากนี้ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ได้ร่วมพิธี นั่งสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งถือเป็นมิติแห่งการแสดงความจงรักภักดี และการยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญต่อศาสนา
นอกจากนี้ ในโอกาสของการลงพื้นที่ พ.ต.อ.ยังได้เข้า พบปะและให้กำลังใจพระมานพ มหาวิโร เจ้าอาวาสวัดเกาะอภินิหาร หรือวัดกุหร่า (ร้าง) ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจจากการยิงสามเณรเมื่อเดือนเมษายน 2565 การกระทำนี้เป็นการตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทางจิตใจและขวัญกำลังใจของคณะสงฆ์ในพื้นที่ที่มีความเปราะบางด้านความมั่นคง
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ได้กล่าวถึงประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ว่างานบุญในครั้งนี้คือภาพสะท้อนอันงดงามของสังคมพหุวัฒนธรรม
“วันนี้ก็มาเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากสามจังหวัดเราเป็นพื้นที่ พหุวัฒนธรรม ในช่วงเดือนนี้เป็นเดือนของการทอดกฐิน ซึ่งแม้ว่าเราจะมีผู้สมัครหรือมี สส. เป็นมุสลิมก็ตาม แต่ในกลุ่มสมาชิกของเราที่เป็นพุทธก็ประสานกับผู้สมัครที่เป็น ส.ส. ว่าอยากจะขอให้มาร่วม ซึ่งในพรรคประชาชาติ เราให้ความสำคัญเรื่องวัฒนธรรม เรื่องศาสนา เรื่องการอยู่ร่วมกัน ซึ่งในการอยู่ร่วมกันคือการ เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน”
พร้อมได้เน้นย้ำถึงภาพความร่วมมืออันน่าประทับใจ โดยระบุว่า แม้จะมีผู้สมัครหรือ สส. ของพรรคเป็นมุสลิม แต่ก็ได้มีการประสานงานให้เข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่ได้ร่วมในพิธีทางศาสนา ซึ่งเป็นการแสดงถึงการทำงานร่วมกันภายใต้หลักการเคารพซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังชื่นชม พี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในงาน โดยการเข้ามาช่วยในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดเตรียมอาหาร ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจและความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างพี่น้องในพื้นที่อย่างพหุวัฒนธรรม นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวถึงความเก่าแก่ของวัดในพื้นที่ ซึ่งบางแห่งมีอายุยาวนานเกือบ 200 ปี
หัวหน้าพรรคประชาชาติได้ใช้โอกาสนี้ในการตอกย้ำจุดยืนและอัตลักษณ์ของพรรคที่พร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง โดยเน้นหนักที่การทำงานเพื่อท้องถิ่นอย่างแท้จริง
“พรรคประชาชาติ เป็นพรรคการเมือง แม้จะมองเป็นพรรคของคนทั้งประเทศก็ตาม แต่ว่าเราเป็นพรรคที่มีความเข้มแข็งเรื่อง การกระจายอำนาจ เรื่องการให้ความสำคัญกับ ท้องถิ่น เราเป็นพรรคที่เราอยากเห็น ชุมชนประสบความสำเร็จ ดังนั้นสมาชิกของพรรค เวลาลงในพื้นที่ ก็ต้องเข้าไปในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งเป็น เป็นอัตลักษณ์ที่ดี”
พร้อมกันนี้ พ.ต.อ. ทวี ยืนยันถึงความพร้อมของพรรคและจุดยืนในการรักษาความดีงามของสังคม โดยมีบุคลากรที่บริสุทธิ์
“พรรคประชาชาติพร้อม ถ้ามีการเลือกตั้ง พร้อม แล้วเราก็เป็นพรรคการเมืองที่เราสามารถที่จะมองหน้ากับคนได้ เพราะว่า สิ่งที่จะมาทำลายวัฒนธรรมที่ดี ก็คือ ยาเสพติด หรือเป็นอบายมุขต่าง ๆ หรือสิ่งที่เป็นการพนันต่าง ๆ ซึ่งพรรคประชาชาติเรา จะมีบุคลากรที่เราจะไม่มีประวัติด้านพวกนี้ เราไม่ได้มองแค่ตัวผู้สมัครเขาดีอย่างเดียว เราต้อง รักษาสังคมให้สังคมดี ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นโอกาสของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพรรคเรา เราได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว”
............................